วันจันทร์ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2558

การปลูกดอกไม้

รรมชาติของดอกไม้ย่อมโรยราไปตามฤดูกาล แต่ไม่ได้หมายความว่าสวนสวยของคุณจะต้องขาดสีสันตามไปด้วย เพราะการมีดอกไม้บานสะพรั่งสวนตลอดทั้งปีนั้น ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ เราจึงเอาใจคนรักไม้ดอกด้วยการแนะนำพันธุ์ไม้ที่มีช่วงเวลาบานแตกต่างกันออกไปพร้อมวิธีการบำรุงรักษา เพื่อให้สวนของคุณมีดอกไม้บานสวยได้ไม่ว่าฤดูกาลใด

สำคัญที่เจ้าของบ้าน

          การปลูกดอกไม้อาจไม่ใช่เรื่องยาก เพียงซื้อเมล็ดพันธุ์หรือต้นกล้าพร้อมปลูกของไม้ดอกที่ชอบ จับลงดินหรือกระถางให้เรียบร้อย พรวนดิน รดน้ำ ใส่ปุ๋ยตามพอดี เพียงแค่นี้ก็จะได้ดอกไม้สวย ๆ มาชื่นชม แต่หากจะวางแผนการปลูกดอกไม้ให้บานไล่กันไปตลอดทั้งปีนี้แล้วล่ะก็คงต้องทำการบ้านกันสักเล็กน้อย

          หลายคนอาจรู้จักชื่อของ อ.ธีรยุทธ บุญมี ในฐานะนักคิดนักเขียน และนักวิชาการ แต่น้อยคนที่จะทราบว่าบ้านของอาจารย์ที่เขาใหญ่นั้นเต็มไปด้วยดอกไม้ที่ผลัดกันบานชนิดไม่ว่างเว้นแม้สักเดือนเดียว อ.ธีรยุทธ จึงได้ชื่อว่าเป็นนักปลูกดอกไม้มือดีคนหนึ่ง ที่มีประสบการณ์เรื่องการปลูกดอกไม้ตามฤดูกาลมายาวนาน และบอกเราได้ว่าการบ้านที่คนรักไม้ดอกต้องทำนั้นมีอะไรบ้าง

          “ก่อนอื่นเลย คนปลูกต้นไม้ควรจะต้องเป็นเจ้าของบ้าน เพราะเจ้าของบ้านจะรู้ข้อจำกัดของบ้านเป็นอย่างดีว่าตรงไหนสามารถปลูกอะไรได้ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญหากต้องการปลูกต้นไม้หลาย ๆ ชนิด” อ.ธีรยุทธ แนะนำ

ทั้งนี้ข้อจำกัดของบ้าน ได้แก่

 ดูแดดดูร่ม : ดอกไม้ส่วนใหญ่นั้นชอบแดด บางชนิดหากขาดแดดไปจะทำให้สีของดอกซีดลง ในขณะที่บางชนิดถ้าโดนแดดมากก็อาจตายได้ ผู้ที่ปลูกดอกไม้จึงจำเป็นต้องรู้ว่าในบ้านของตัวเองนั้นพื้นที่ตรงไหนมีร่มเงา มีแดดรำไร หรือมีแดดจัด

 ดูพื้นที่ : การเตรียมพื้นที่ก่อนเลือกชนิดต้นไม้เป็นสิ่งจำเป็น เพราะเกี่ยวเนื่องกับการเลือกชนิดของไม้ที่จะปลูก เช่น ไม้เลื้อยใช้พื้นที่น้อยไม้ยืนต้นใช้พื้นที่มาก เป็นต้น นอกจากนี้ควรคำนึงถึงเฉดสีของดอกไม้ด้วยเมื่อกำหนดพื้นที่ปลูก ไม่ใช่นำมาสุมกันเฉย ๆ เพราะหากนำดอกไม้ที่สีเข้ากันมาวางเคียงกัน ก็จะทำให้ดูสวยยิ่งขึ้นเมื่อดอกบาน

 ดูอากาศ : สภาพอากาศที่เอื้ออำนวย เช่น แดดดี ไม่ร้อนจัด และความชื้นพอเหมาะ ย่อมทำให้ดอกไม้ขึ้นงาม แต่ถ้าอากาศร้อนและแห้งอย่างในกรุงเทพฯ อาจจำเป็นต้องหาต้นไม้ใหญ่มาปลูกในบริเวณสวนเพื่อให้ร่มเงาและเป็นการกักเก็บความชื้น

ดอกไม้ตามฤดู

          เมื่อรู้ข้อจำกัดของบ้านแล้ว ก็ได้เวลาเลือกดอกไม้ ซึ่งพันธุ์ไม้ที่นำมาฝากกันนี้เป็นเพียงตัวอย่างเพื่อการนำไปปรับใช้โดยเลือกเฉพาะดอกไม้ที่ปลูกง่าย หาได้ทั่วไป ที่สำคัญคือมีช่วงเวลาที่ดอกบานแตกต่างกัน

ปลูกไม้ดอกสะพรั่งบาน นานตลอดปี
 ภาพจาก clgc.rdi.ku.ac.th

 กระเทียมเถา

ช่วงที่ออกดอก : ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์)

ลักษณะ : ไม้เลื้อย

          เป็นหนึ่งในไม้เลื้อยที่เหมาะสำหรับปลูกตามรั้วหรือกำแพงบ้าน แต่เนื่องจากโดยธรรมชาติแล้วจะไม่เลื้อยขึ้นไม้อื่น จึงควรผูกนำก่อนในช่วงแรก กระเทียมเถาเป็นต้นไม้ที่ชอบแสงจัด จึงควรปลูกในบริเวณที่มีแดดตลอดวัน ชื่อกระเทียมเถาได้มาจากกลิ่นของดอกไม้ ซึ่งหากนำไปขยี้แล้วจะมีกลิ่นคล้ายกระเทียม ตัวดอกเป็นรูปแตร ซึ่งแรกปลูกจะเป็นสีชมพูอ่อน แต่พอเวลาผ่านไปดอกจะเป็นสีม่วงเข้มขึ้นเรื่อย ๆ เป็นต้นไม้ที่โตได้ดีในดินร่วนซุย ต้องการน้ำปานกลาง ควรรดน้ำวันละสองครั้ง เช้า - เย็น

ปลูกไม้ดอกสะพรั่งบาน นานตลอดปี
ภาพจาก orchids-flowers.com

 เหลืองชัชวาลย์

ช่วงที่ออกดอก : ฤดูร้อน (มีนาคม - พฤษภาคม)

ลักษณะ : ไม้เลื้อย

          อาจเรียกอีกอย่างได้ว่า เล็บวิฬาร์ หรือแค็ทส์คลอว์ เพราะช่วงที่ดอกบานเต็มที่นั้น ตัวดอกจะย้อมทั้งต้นให้เป็นสีเหลืองอร่ามสมชื่อเลยทีเดียว ที่บ้านของ อ.ธีรยุทธ เองก็ใช้ไม้ชนิดนี้เลื้อยขึ้นไปบนหลังคาแล้วปล่อยระย้าลงมาเป็นม่านไม้ ใช้บังแดดได้เป็นอย่างดี เหลืองชัชวาลย์เป็นไม้ที่แข็งแรงและโตได้ดีในอากาศร้อน แต่ก็มีกรณีที่โตมากเกินไปจนไปรบกวนต้นไม้อื่น จึงแนะนำให้ปลูกใต้ร่มไม้ที่มีแสงรำไรเพื่อจำกัดการโต ควรรดน้ำพอให้ดินชุ่ม สามารถขึ้นได้ดีทั้งดินเหนียวและดินทราย แต่ก็ไม่เกี่ยงดินประเภทอื่นเช่นกัน

 
ปลูกไม้ดอกสะพรั่งบาน นานตลอดปี
ภาพจาก maipradabonline.com

 บานบุรีสีม่วง

ช่วงที่ออกดอก : ฤดูฝน (มิถุนายน - สิงหาคม)

ลักษณะ : ไม้เลื้อยกึ่งพุ่ม

          บานบุรีนั้นส่วนใหญ่จะมีสีเหลือง แต่พันธุ์สีม่วงก็มีให้เห็นเช่นกัน โดยจะโตได้ดีเฉพาะหน้าฝน ยิ่งฝนชุกยิ่งดอกดก จึงเหมาะกับการนำมาประดับไว้ในสวน เพราะฤดูฝนเป็นฤดูที่ต้นไม้ส่วนใหญ่ว่างเว้นจากการให้ดอก การดูแลบานบุรีสีม่วงนั้นออกจะยุ่งยากกว่าบานบุรีทั่วไป เนื่องจากเป็นดอกที่ต้องการความชื้นตลอดเวลา ทั้งยังต้องการแสง และชอบอยู่กลางแจ้งอีกด้วย จึงยากต่อการรักษาความชุ่มชื้นของดิน แนะนำว่าให้ปลูกพืชรากสั้นคลุมหน้าดินไว้บริเวณโคนต้น จะช่วยให้ต้นไม้ผ่านพ้นหน้าแล้งไปได้
 
ปลูกไม้ดอกสะพรั่งบาน นานตลอดปี
ภาพจาก th.wikipedia.org

 เฟื่องฟ้า

ช่วงที่ออกดอก
 : ฤดูแล้ง (กันยายน - พฤษภาคมของปีถัดไป)

ลักษณะ 
: ไม้ยืนต้นขนาดกลาง

          นอกจากจะปลูกง่ายแล้ว เฟื่องฟ้ายังให้ดอกดกและหลากสี ทั้งม่วง แดง ชมพู ขาว ฯลฯ ซึ่งเป็นโทนสีที่ไปกันได้ดี อ. ธีรยุทธ แนะนำว่าให้ลองปลูกเฟื่องฟ้าหลาย ๆ สีในบริเวณเดียวกัน เพราะเมื่อดอกบานสะพรั่ง จะเป็นทิวทัศน์ที่วิจิตรอยู่ไม่น้อย เฟื่องฟ้าเป็นต้นไม้ที่ขึ้นได้ดีในดินร่วน และดินทราย ต้องการแสงแดดจัดตลอดทั้งวัน ทั้งยังมีความทนทานต่ออากาศแล้ง จึงไม่ต้องการน้ำมาก หากรดน้ำมากเกินไปจะทำให้ไม่มีดอก

ปลูกไม้ดอกสะพรั่งบาน นานตลอดปี
ภาพจาก th.wikipedia.org

 แพรเซี่ยงไฮ้

ช่วงที่ออกดอก : ทุกฤดู

ลักษณะ : ไม้คลุมดิน

          ด้วยความที่เป็นพืชคลุมดิน แพรเซี่ยงไฮ้จึงมีลักษณะหลาย ๆ อย่างคล้ายวัชพืช ซึ่งรวมถึงความทนทานเป็นพิเศษ เพราะเพียงมีแสงแดดก็โตได้ดีไม่จำเป็นต้องดูแลอะไรมากนัก แพรเซี่ยงไฮ้สามารถกระจายไปทั่วบริเวณได้ จึงเหมาะกับการปลูกคลุมดินที่รกร้างหากต้องการให้ดอกเยอะ ควรหมั่นตัดกิ่งที่เคยให้ดอกไปแล้ว จะช่วยให้มีกิ่งใหม่ที่ดอกดกมากขึ้นดอกแพรเซี่ยงไฮ้จะเป็นกลีบซ้อนกันหลายชั้นคล้ายกุหลาบ ดอกบางคล้ายผ้าแพร เดิมมีแต่สีแดงเท่านั้น แต่ปัจจุบันมีการผสมพันธุ์จนได้สีต่าง ๆ มากมาย

          โดยทั่วไปนั้น การปลูกต้นไม้หวังดอกมักใช้เวลาประมาณสามปี ผู้ปลูกจึงจะได้เชยชมกับผลผลิตอันงดงาม “ถ้าอยากให้ต้นไม้มีดอกบานสะพรั่ง ต้องเข้าใจต้นไม้ เข้าใจดอกไม้ และต้องทุ่มเทใจให้จริง ๆ” อ. ธีรยุทธทิ้งท้ายกับเคล็ดลับของการดูแลต้นไม้ให้มีดอกสวยที่พิสูจน์กันมานักต่อนักแล้ว ว่าจริงแท้แน่นอน!

ปลูกไม้ดอกสะพรั่งบาน นานตลอดปี

พื้นที่เล็กอยากปลูกไม้ดอก

          สำหรับเจ้าของบ้านที่มีพื้นที่ไม่มากนัก ไม่ว่าจะเป็นทาวน์เฮ้าส์ หรือคอนโดมิเนียม คุณก็สามารถเป็นเจ้าของสวนดอกไม้เล็ก ๆ ที่ออกดอกสวยให้ชื่นชมตลอดทั้งปีได้เช่นกัน ด้วยขั้นตอนง่าย ๆ ดังต่อไปนี้

เลือกพันธุ์ไม้

          ควรเป็นต้นที่มีลักษณะเล็กน่ารักและโตได้ดีในที่ร่ม อย่าง แอฟริกันไวโอเล็ต บีโกเนีย หรือกล็อกซิเนีย ถ้าคุณเป็นมือใหม่หัดปลูก ควรเลือกซื้อต้นกล้าพร้อมปลูกมาลองก่อน เพราะต้นไม้เติบโตแข็งแรงพอสมควรแล้วจึงดูแลได้ง่ายกว่า แต่ถ้าใครอยากได้อารมณ์ตื่นเต้นชวนลุ้น จะซื้อหาเมล็ดพันธุ์มาเพาะเองก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด

เลือกดิน

          เนื่องจากพื้นที่จำกัด ชนิดและความสมบูรณ์ของดินจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ควรเลือกดินให้เหมาะกับต้นไม้ ซึ่งอาจเป็นดินร่วนโปร่ง ดินผสมทราย หรือดินคลุกปุ๋ย ก่อนซื้อดินควรถามผู้ขายให้แน่ใจว่า เป็นดินที่มีธาตุอาหารที่พืชต้องการ เพราะบางครั้งอาจจำเป็นต้องผสมแกลบ ขุยมะพร้าว มูลสัตว์ ทราย หรือเปลือกถั่วเพิ่ม

เลือกกระถาง
          อย่าดูแค่ความสวย แต่ควรเลือกกระถางที่มีความกว้างและความสูงเหมาะกับทรงของต้นไม้ เผื่อขนาดให้ต้นไม้ได้เติบโตบ้าง เลือกวัสดุที่เก็บความชื้น ระบายน้ำและอากาศได้ดี มีจานรองน้ำ ที่สำคัญควรมีน้ำหนักเบา เพื่อความสะดวกหากจะต้องย้ายหลบแดด

วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

คำทักทายเอเชีย

1.ประเทศไทย  
คำทักทาย – สวัสดี
2.ประเทศบรูไน
ชื่อภาษาท้องถิ่น – เนการาบรูไนดารุสซาลาม
คำทักทาย  – ซาลามัต ดาตัง     

3.ประเทศกัมพูชา หรือที่เรียกกันง่ายๆว่า “เขมร”
   คำทักทาย – ซัวสเด

4.ประเทศอินโดนีเซีย
ชื่อภาษาท้องถิ่น – เนการา เคซาตวน เรปูบลิก อินโดเนเซีย 
คำทักทาย – ซาลามัต เซียง 

5.ลาว เพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดเราที่สุด
ชื่อภาษาท้องถิ่น – สาทาละนะลัต ปะซาทิปะไต ปะซาซนลาว
คำทักทาย – สะบายดี 
6.มาเลเซีย ทางใต้ของเรา เนื่องจากเป็นประเทศมุสลิม ชุดประจำชาติก็จะคล้ายๆชุดมุสลิมครับ
ชื่อภาษาท้องถิ่น – เปร์เซกูตาน มาเลเซีย
คำทักทาย – ซาลามัต ดาตัง 

7.พม่า เพื่อนบ้านทีน่ารักของเราอีกประเทศ 
ชื่อภาษาท้องถิ่น – ปี่เด่าง์ซุ มยะหม่า ไหน่หงั่นด่อ
คำทักทาย – มิงกาลาบา 

8.ฟิลิปปินส์ เกาะทางตะวันออกของอาเซียน แต่วัฒนธรรมและศาสนาค่อนข้างต่างกับในเอเชีย จนเคยมีนักเดินเรือชาวอังกฤษตั้งคำขวัญว่า
“ประเทศฟิลิปินส์เป็นส่วนนึงของละตินอเมริกาที่โดนคลื่นพัดมาทางเอเชีย”
ชื่อภาษาท้องถิ่น – เรปูบลิกา นัง ปิลิปินัส
คำทักทาย – กูมุสตา
9.สิงคโปร์ 
ชื่อภาษาท้องถิ่น ภาษาอังกฤษ -รีพับลิก ออฟ สิงคโปร์
ภาษาจีน – ซินเจียโพ ก่งเหอกั๋ว
คำทักทาย – หนีห่าว 
10.ประเทศเวียดนาม
ชื่อภาษาท้องถิ่น – ก่ง หั่ว สา โห่ย จู่ เหงียน เหวียต นาม
คำทักทาย – ซินจ่าว

ดองไม้ประจำอาเชีย

10 ดอกไม้ประจำชาติอาเซียน มีอะไรบ้าง...มาดูกัน
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก treknature.com , angkorandpeople.com , philamfood.com ,myanmars.net  


          เหลือเวลาอีกเพียงแค่ 2 ปีเท่านั้น การรวมตัวกันของประชาคมอาเซียน 10 ประเทศ ก็จะเริ่มต้นขึ้นแล้ว (พ.ศ. 2558) เพื่อผนึกกำลังในการพัฒนาแต่ละประเทศให้เจริญก้าวหน้าไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีประเทศไทยกับเขาด้วย วันนี้ กระปุกดอทคอม จึงมีข้อมูลเบา ๆ เกี่ยวกับดอกไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ของชาติอาเซียนในแต่ละประเทศมาฝากกันเพื่อเพิ่มเติมความรู้ ว่าแต่จะมีดอกไม้อะไรบ้าง อย่ารอช้ารีบไปดูกันเลย..

10 ดอกไม้ประจำชาติอาเซียน มีอะไรบ้าง...มาดูกัน

 1. บรูไนดารุสซาลาม (Negara Brunei Darussalam) : ดอกซิมปอร์

          ดอกไม้ประจำชาติบรูไน ก็คือ ดอกซิมปอร์ (Simpor) หรือที่รู้จักกันในชื่อ ดอกส้านชะวา (Dillenia) ดอกไม้ประจำท้องถิ่นบรูไน ที่มีกลีบขนาดใหญ่สีเหลือง หากบานเต็มที่แล้วกลีบดอกจะมีลักษณะคล้ายร่ม พบเห็นได้ตามแม่น้ำทั่วไปของบรูไน มีสรรพคุณช่วยรักษาบาดแผล หากใครแวะไปเยือนบรูไน จะพบเห็นได้จากธนบัตรใบละ 1 ดอลลาร์ ของประเทศบรูไน และในงานศิลปะพื้นเมืองอีกด้วย


10 ดอกไม้ประจำชาติอาเซียน มีอะไรบ้าง...มาดูกัน

 2. ราชอาณาจักรกัมพูชา (Kingdom of Cambodia) : ดอกลำดวน

          กัมพูชามีดอกไม้ประจำชาติเป็น ดอกลำดวน (Rumdul) ดอกไม้สีขาวปนเหลืองนวล กลีบดอกหนาทึบและแข็งเล็กน้อย มีกลิ่นหอมเย็นแบบกรุ่น ๆ ถูกจัดเป็นไม้มงคลชนิดหนึ่งเพราะมีความหมายถึงความสดชื่นหอมกรุ่น และเป็นดอกไม้สำหรับสุภาพสตรี วิธีปลูกที่ถูกต้อง ต้องปลูกไว้ในทิศตะวันตกเฉียงเหนือของตัวบ้าน ที่สำคัญต้องปลูกในวันพุธด้วยนะ


10 ดอกไม้ประจำชาติอาเซียน มีอะไรบ้าง...มาดูกัน

 3. สาธารณรัฐอินโดนีเซีย (Republic of Indonesia) : ดอกกล้วยไม้ราตรี

          ดอกไม้ประจำชาติอินโดนีเซีย คือ ดอกกล้วยไม้ราตรี (Moon Orchid) ซึ่งเป็นหนึ่งในดอกกล้วยไม้ที่บานอยู่ได้นานที่สุด โดยช่อดอกนั้นสามารถแตกกิ่งและอยู่ได้นาน 2-6 เดือน โดยดอกจะบานแค่ปีละ 2-3 ครั้งเท่านั้น ทั้งนี้ดอกกล้วยไม้ราตรีสามารถเจริญเติบโตได้ดีในอากาศชื้น จึงพบเห็นได้ง่ายในพื้นที่ราบต่ำของประเทศอินโดนีเซีย


10 ดอกไม้ประจำชาติอาเซียน มีอะไรบ้าง...มาดูกัน

 4. สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (Lao People's Democratic Republic) : ดอกจำปาลาว

          ดอกไม้ประจำชาติประเทศเพื่อนบ้านของไทยอย่างประเทศลาว คือ ดอกจำปาลาว (Dok Champa) คนไทยรู้จักกันดีในชื่อ ดอกลีลาวดี หรือ ดอกลั่นทม โดยดอกจำปาลาวมักมีสีสันหลากหลาย ไม่เฉพาะเจาะจงว่าต้องเป็นเพียงสีขาวเท่านั้น เช่น สีชมพู สีเหลือง สีแดง หรือสีโทนอ่อนต่าง ๆ โดยดอกจำปาลาวนั้นเป็นตัวแทนของความสุขและความจริงใจ จึงนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายเพื่อประดับประดาในงานพิธีต่าง ๆ รวมทั้งใช้เป็นพวงมาลัยเพื่อรับแขกอีกด้วย


10 ดอกไม้ประจำชาติอาเซียน มีอะไรบ้าง...มาดูกัน

 5. ประเทศมาเลเซีย (Malaysia) : ดอกพู่ระหง

          สำหรับประเทศมาเลเซียนั้น มีดอกไม้ประจำชาติเป็น ดอกพู่ระหง (Bunga Raya) ในภาษาท้องถิ่นเรียกกันว่า บุหงารายอ หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ ดอกชบาสีแดง ลักษณะกลีบดอกเป็นสีแดง มีเกสรยื่นยาวออกมาเหนือดอก ซึ่งถูกจัดให้เป็นสัญลักษณ์ของประเทศมาเลเซีย เพื่อเสริมสร้างความเป็นปึกแผ่นและความอดทนในชาติ โดยเชื่อว่าจะช่วยส่งเสริมให้สูงส่งและสง่างาม รวมทั้งยังสามารถนำไปใช้ในทางการแพทย์และความงามได้อีกด้วย


10 ดอกไม้ประจำชาติอาเซียน มีอะไรบ้าง...มาดูกัน

 6. สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ (Republic of the Philippines) : ดอกพุดแก้ว

          ดอกไม้ประจำชาติฟิลิปปินส์ คือ ดอกพุดแก้ว (Sampaguita Jasmine) ดอกมีสีขาวกลีบดอกเป็นรูปดาว มีกลิ่นหอม บานส่งกลิ่นในตอนกลางคืน ถือเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ เรียบง่าย อ่อนน้อมถ่อมตน รวมถึงความเข้มแข็งอีกด้วย เคยถูกนำมาใช้เฉลิมฉลองในตำนานเรื่องเล่ารวมทั้งบทเพลงของฟิลิปปินส์ด้วยเช่นกัน


10 ดอกไม้ประจำชาติอาเซียน มีอะไรบ้าง...มาดูกัน

 7. สาธารณรัฐสิงคโปร์ (Republic of Singapore) : ดอกกล้วยไม้แวนด้า

          ประเทศสิงคโปร์ มี ดอกกล้วยไม้แวนด้า (Vanda Miss Joaquim) เป็นดอกไม้ประจำชาติ โดยดอกกล้วยไม้แวนด้าตั้งชื่อตามผู้ผสมพันธุ์ คือ Miss Agnes Joaquim จัดเป็นดอกกล้วยไม้ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในประเทศสิงคโปร์ มีสีม่วงสดสวยงามและเบ่งบานอยู่ตลอดทั้งปี โดยถูกจัดให้เป็นดอกไม้ประจำชาติสิงคโปร์ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1981 (พ.ศ. 2524)


10 ดอกไม้ประจำชาติอาเซียน มีอะไรบ้าง...มาดูกัน

 8. ราชอาณาจักรไทย (Kingdom of Thailand) : ดอกราชพฤกษ์

          ดอกไม้ประจำชาติไทยของเรา ก็คือ ดอกราชพฤกษ์ (Ratchaphruek) ที่มีสีเหลืองสวยสง่างาม เมื่อเบ่งบานแล้วให้ความรู้สึกอบอุ่น ถือเป็นสัญลักษณ์ของความมีเกียรติยศศักดิ์ศรี ซึ่งชาวไทยหลายคนรู้จักกันดีในนามของ ดอกคูน โดยมีความเชื่อว่าสีเหลืองอร่ามของดอกราชพฤกษ์คือสีแห่งพระพุทธศาสนาและความรุ่งโรจน์ รวมทั้งยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความสามัคคีปรองดองของคนในชาติอีกด้วย โดยดอกราชพฤกษ์จะเบ่งบานในช่วงเดือนกุมภาพันธ์–พฤษภาคม มีจุดเด่นเวลาเบ่งบานคือการผลัดใบออกจนหมดต้น เหลือไว้เพียงแค่สีเหลืองอร่ามของดอกราชพฤกษ์เท่านั้น


10 ดอกไม้ประจำชาติอาเซียน มีอะไรบ้าง...มาดูกัน

 9. สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (The Socialist Republic of Vietnam) : ดอกบัว

          ประเทศเวียดนาม มีดอกไม้ที่คนไทยคุ้นเคยอย่าง ดอกบัว (Lotus) เป็นดอกไม้ประจำชาติ โดยดอกบัวเป็นที่รู้จักกันในนาม “ดอกไม้แห่งรุ่งอรุณ” เป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ ความผูกพัน และการมองโลกในแง่ดี ดอกบัวจึงมักถูกกล่าวถึงในบทกลอนและเพลงพื้นเมืองของชาวเวียดนามอยู่บ่อยครั้ง


10 ดอกไม้ประจำชาติอาเซียน มีอะไรบ้าง...มาดูกัน

 10. สหภาพพม่า (Union of Myanmar) : ดอกประดู่

          ดอกไม้ประจำชาติของประเทศพม่า คือ ดอกประดู่ (Paduak) เป็นดอกไม้ที่พบมากในประเทศพม่า มีสีเหลืองทอง ผลิดอกและส่งกลิ่นหอมในฤดูฝนแรก ช่วงเดือนเมษายนซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ประเทศพม่ามีการเฉลิมฉลองปีใหม่ขึ้น ชาวพม่าเชื่อว่าดอกประดู่คือสัญลักษณ์ของความแข็งแรง ความทนทาน และเป็นดอกไม้ที่ขาดไม่ได้ในพิธีทางศาสนาของชาวพม่าเลยล่ะ

          รู้จักกันไปแล้วสำหรับดอกไม้ประจำชาติอาเซียนทั้ง 10 ชาติ ที่หลายดอกก็คุ้นหน้าคุ้นตากันดีและเคยเห็นในประเทศไทยอยู่บ้าง หากพบเจอเพื่อนร่วมประชาคมอาเซียนที่แวะมาเยี่ยมเยียนเมืองไทยแล้วล่ะก็ ลองมอบดอกไม้เหล่านี้ให้เพื่อเป็นการต้อนรับ ก็คงจะสร้างความปลื้มใจให้ไม่น้อยอยู่เหมือนกันนะ

ชุดประจำชาติ10ประเทศในเอเชีย

อีกไม่นานก็จะถึงการรวมตัวของประชาคมอาเซียน 10 ประเทศ เพื่อการพัฒนาและความก้าวหน้าของกลุ่มประเทศ อาเซียน วันนี้เราขอนำเสนอ ชุดประจำชาติสวยๆ ของประเทศสมาชิกอาเซียนกันครับ
ชุดประจำชาติอินโดนีเซีย


ชุดประจำชาติอินโดนีเซีย
ชุดประจำชาติอินโดนีเซีย
เคบาย่า เป็นชุดประจำชาติของประเทศอินโดนีเซียสำหรับผู้หญิง มีลักษณะเป็นเสื้อแขนยาว ผ่าหน้า กลัดกระดุม ตัวเสื้อจะมีสีสันสดใส ปักฉลุเป็นลายลูกไม้ ส่วนผ้าถุงที่ใช้จะเป็นผ้าถุงแบบบาติก สำหรับการแต่งกายของผู้ชายมักจะสวมใส่เสื้อแบบบาติกและนุ่งกางเกงขายาว และนุ่งโสร่งเมื่ออยู่บ้านหรือประกอบพิธีละหมาดที่มัสยิด
ชุดประจำชาติพม่า


ชุดประจำชาติพม่า
ชุดประจำชาติพม่า
ลองยี คือชุดแต่งกายประจำชาติของประเทศพม่า โดยมีการออกแบบในรูปทรงกระบอก มีความยาวจากเอวจรดปลายเท้า การสวมใส่ใช้วิธีการขมวดผ้าเข้าด้วยกันโดยไม่มัดหรือพับขึ้นมาถึงหัวเข่า เพื่อความสะดวกในการสวมใส่
ชุดประจำชาติบรูไน


ชุดประจำชาติบรูไน
ชุดประจำชาติบรูไน
สำหรับ ชุดของผู้ชาย เรียกว่า Baju Melayu ส่วนชุดของผู้หญิงเรียกว่า Baju Kurung คล้ายกับชุดประจำชาติของประเทศมาเลเซีย ผู้หญิงบรูไนจะแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่มีสีสันสดใสโดยมากมักจะเป็นเสื้อผ้า ที่คลุมร่างกายตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ส่วนผู้ชายจะแต่งกายด้วยเสื้อแขนยาว ตัวเสื้อยาวถึงเข่า นุ่งกางเกงขายาวแล้วนุ่งโสร่ง
ชุดประจำชาติเวียดนาม


ชุดประจำชาติเวียดนาม
ชุดประจำชาติเวียดนาม
อ่าวหญ่าย เป็นชุดประจำชาติของประเทศเวียดนามที่ประกอบไปด้วยชุดผ้าไหมที่พอดีตัวสวมทับกางเกงขายาวซึ่งเป็น ชุดที่มักสวมใส่ในงานแต่งงานและพิธีการสำคัญของประเทศ มีลักษณะคล้ายชุดกี่เพ้าของจีน ในปัจจุบันเป็นชุดที่ได้รับความนิยมจากผู้หญิงเวียดนาม ส่วนผู้ชายเวียดนามจะสวมใส่ชุดอ่าวหญ่ายในพิธีแต่งงานหรือพิธีศพ
ชุดประจำชาติลาว


ชุดประจำชาติลาว
ชุดประจำชาติลาว
ผู้หญิง ลาวนุ่งผ้าซิ่น และใส่เสื้อแขนยาวทรงกระบอก สำหรับผู้ชายมักแต่งกายแบบสากล หรือนุ่งโจงกระเบน สวมเสื้อชั้นนอกกระดุมเจ็ดเม็ดคล้ายเสื้อพระราชทานของไทย
ชุดประจำชาติสิงคโปร์


ชุดประจำชาติสิงคโปร์
ชุดประจำชาติสิงคโปร์

สำหรับประเทศสิงคโปร์ชุดประจำชาติจะแตกต่างกันออกไปตามเชื้อชาติของชาวสิงคโปร์ได้แก่ จีน มาเลย์ อินเดีย และชาวยุโรป
ชุดประจำชาติฟิลิปปินส์


ชุดประจำชาติฟิลิปปินส์
ชุดประจำชาติฟิลิปปินส์
ผู้ชายจะนุ่งกางเกงขายาวและสวมเสื้อที่เรียกว่า บารองตากาล็อก ซึ่งตัดเย็บด้วยผ้าใยสัปปะรด มีบ่า คอตั้ง แขนยาว ที่ปลายแขนเสื้อที่ข้อมือจะปักลวดลาย ส่วนผู้หญิงนุ่งกระโปรงยาว ใส่เสื้อแขนสั้นจับจีบยกตั้งขึ้นเหนือไหล่คล้ายปีกผีเสื้อ เรียกว่า บาลินตาวัก

ชุดประจำชาติไทย


ชุดประจำชาติไทย
ชุดประจำชาติไทย

สำหรับ สุภาพสตรีคือชุดไทยจักรี เป็นชุดไทยที่ประกอบด้วยสไบเฉียง ใช้ผ้ายกมีเชิงหรือยกทั้งตัว ซิ่นมีจีบยกข้างหน้า มีชายพกใช้เข็มขัดไทยคาด ส่วนท่อนบนเป็นสไบ จะเย็บให้ติดกับซิ่นเป็นท่อนเดียวกันหรือ จะมีผ้าสไบห่มต่างหากก็ได้ เปิดบ่าข้างหนึ่ง ชายสไบคลุมไหล่ ทิ้งชายด้านหลังยาวตามที่เห็นสมควร ความสวยงามอยู่ที่เนื้อผ้าการเย็บและรูปทรงของผู้ที่สวม ใช้เครื่องประดับได้งดงามสมโอกาสในเวลาค่ำคืน สำหรับสุภาพบุรุษจะใส่เสื้อพระราชทาน
ชุดประจำชาติกัมพูชา


ชุดประจำชาติกัมพูชา
ชุดประจำชาติกัมพูชา

ซัมปอต (Sampot) เป็น เครื่องแต่งกายประจำชาติของประเทศกัมพูชาสำหรับผู้หญิงซึ่งมีความคล้าย คลึงกับผ้านุ่งของประเทศลาวและไทย มีหลากหลายรูปแบบ ส่วนผู้ชายนั้นมักสวมใส่เสื้อที่ทำจากผ้าไหมหรือผ้าฝ้ายทั้งแขนสั้นและแขน ยาว พร้อมทั้งสวมกางเกงขายาว
ชุดประจำชาติมาเลเซีย


ชุดประจำชาติมาเลเซีย
ชุดประจำชาติมาเลเซีย

สำหรับชุดของผู้ชาย เรียกว่า Baju Melayu (บาจู มลายู) ประกอบด้วยเสื้อแขนยาวและกางเกงขายาวที่ทำจากผ้าไหม ผ้าฝ้ายหรือโพลีเอสเตอร์ที่มีส่วนผสมของผ้าฝ้ายส่วนชุดของผู้หญิงเรียกว่า Baju Kurung (บาจูกุรุง) ประกอบด้วยเสื้อคลุมแขนยาวและกระโปรงยาว