วันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

สถานที่สวยที่สุดในโลก

สถานที่ในโลกอีกมากมายที่ยังไม่เคยเห็น 100 สถานที่สวยที่สุดในโลกนี้ เป็นสถานที่ในฝันของหลายคน บางที่ก็สวยจนตะลึงเกือบลืมหายใจไปเลยทีเดียวค่ะ และสำหรับปี 2015 นี้ก็มีเทรนด์สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจไม่แพ้กัน (คลิก ที่สุดของโลก 25 แลนด์มาร์ค ที่ต้องไปเที่ยวให้ได้ในปี 2015
ถ้าใครอยากรู้ว่า 100 สถานที่นี้มีที่ไหนบ้าง Travel Truelife จะพาไปดู และชวนให้เดินทางไปสัมผัสด้วยตาของตัวเองค่ะ

1. Three Natural Bridges  ประเทศจีน
100 สถานที่สวยที่สุดในโลก น่าตะลึงแทบลืมหายใจ !!!
อุทยานแห่งชาติหลุมฟ้า 3 สะพานสวรรค์ (เทียนเชิงซ่านเฉียว) มรดกโลก ทางธรรมชาติที่มีความสวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ที่เมืองอู่หลง นครฉงชิ่ง ประเทศจีน เกิดจากการยุบตัวของเปลือกโลก ทำให้เกิดเป็นบ่อหลุมขนาดใหญ่ที่ลึกประมาณ 300-500 เมตร และมีบางส่วนเป็นโพรงทะลุเหมือนกับสะพานทอดข้ามระหว่างภูเขา 


2. Petra ประเทศจอร์แดน
นครเปตรา คือนครหินแกะสลักโบราณที่ซ่อนตัวอย่างลึกลับในหุบเขาวาดี มูซา หุบเขาที่ตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบเดดซีกับ ทะเลอัคบาในประเทศจอร์แดน เป็นเมืองที่เจาะสลักเข้าไปในหินเกือบทั้งหมด รอบบริเวณ ไม่ว่าจะเป็น วิหาร หลุมศพ บันได โรงละคร ซึ่งขุดสลักมาแต่ยอดเขาลงมาเป็นหลืบลดหลั่นเป็นช่อชั้นงดงาม แสดงถึงฝีมือและศิลปะในการสลักหินได้อย่างยอดเยี่ยม ถือกันว่าเป็นศูนย์กลางของอารยธรรมเบื้องต้นของเขตตะวันออกกลาง นครนี้แต่เดิมนั้นเป็นนครแห่งการค้าขนาดใหญ่ซึ่งต่อมาถูกละทิ้งเป็นเวลานานกว่า 700 ปี จนเมื่อมีนักสำรวจชาวสวิตเซอร์แลนด์ โยฮันน์ ลุควิก บวร์กฮาร์ท เดินทางผ่านมาพบเห็นเข้าเมื่อปี 1812 ภายหลังที่นี่เลยกลายเป็นแหล่งความรู้อย่างดีของนักโบราณคดี และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่หนึ่งในโลก 


3. ทะเลสาบสีชมพู Hiller lake (pink lake) ทางตะวันตกของประเทศออสเตรเลีย
ทะเลสาบฮิลลิเออร์นี้ตั้งอยู่บนเกาะมิดเดิ้ล ไอส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย แปลกประหลาดล้ำตรงที่ว่าน้ำในทะเลสาบแห่งนี้มีสีชมพูเหมือนนมสตรอเบอร์รี่มิลค์เชค และถึงแม้ว่าในโลกนี้ยังมีทะเลสาบสีชมพูอีกหลายแห่ง แต่ทะเลสาบฮิลลิเออร์นั้นมีความแตกต่างจากทะเลสาบสีชมพูแห่งอื่นๆ ตรงที่น้ำในทะเลสาบเป็นสีชมพูจริงๆ ไม่ได้เกิดจากการตะกอน แสงสะท้อน หรือสาหร่ายในน้ำ เมื่อตักน้ำในทะเลสาบฮิลลิเออร์มาใส่ขวดก็จะได้น้ำสีชมพูใส และจะเป็นสีชมพูอยู่อย่างนี้ตลอดไปจนนักวิทยาศาสตร์อึ้งไปตามๆ กัน น่าอัศจรรย์ใจมาก ซึ่งมีข้อสันนิษฐานว่าสีชมพูนั้นเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในเกล็ดของเกลือนั่นเอง


4. Chittorgarh Fort ประเทศอินเดีย
 

5. Cinque Terre, Rio Maggiore ประเทศอิตาลี
  


6. Fairy Pools, Isle of Skye ประเทศสก็อตแลนด์
  
อย่างกับความฝันในตอนเด็ก ใครจะไปเชื่อว่า สักครั้งจะได้มีโอกาสลงไปแหวกว่ายในสระน้ำที่คนทั่วโลกบอกว่า ที่นี่แหละ สระว่ายน้ำของนางฟ้าในเทพนิยาย Fairy Pools นี้เป็นสระว่ายน้ำที่ธรรมชาติได้สรรสร้างขึ้นมาในหุบเขาเกลน บริทเทิล (Glen Brittle) ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะสกาย (Isle of Skye) เกาะที่ใหญ่ที่สุดในเขตหมู่เกาะอินเนอร์ เฮบริดีส (Inner Hebrides) หมู่เกาะที่อยู่นอกชายฝั่งตะวันตกของสกอตแลนด์


7. Mamanuca Islands ประเทศฟิจิ
 


8. หมู่เกาะ Palau ประเทศปาเลา
ทะเลสาบแมงกะพรุนไร้พิษ หรือ Jellyfish Lake นี้ตั้งอยู่บนเกาะ Eil Malk ซึ่งเป็นเกาะหนึ่งในหมู่เกาะ Rock Islands ที่สาธารณรัฐปาเลา ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดดำน้ำยอดนิยมที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และจุดเด่นที่สุดของที่นี่คือ แมงกะพรุนทอง (Golden Jellyfish) นับล้านตัวแหวกว่ายอยู่ 



9. Giant’s Causeway ประเทศไอร์แลนด์
Giants Causeway Beach นี้เป็นชายหาดที่เต็มไปด้วยเสาหินกว่า 40,000 แท่ง และยังได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกในปี 1986 บนชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของไอร์แลนด์เหนืออีกด้วย ใครที่อยากไปเที่ยวที่นี่ต้องระวังหินทิ่มขากันสักหน่อย


10. Glass Beach แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา
ชายหาดแก้วแห่งนี้ เดิมที่เป็นที่ทิ้งขยะของรัฐแคลิฟอร์เนีย หลายสิบปีผ่านไป ขยะที่เป็นเศษแก้วถูกคลื่นซัดสาดหายไป จนกลายเป็นชายหาดแสนสวยอย่าวน่าอัศจรรย์ 


11. Motonosumi-inari Shrine ประเทศญี่ปุ่น
29 สถานที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น ไปเที่ยวญี่ปุ่นคราวนี้อย่าได้พลาด !
เสาโทริอิสีแดงตั้งตระง่านจากภูเขาไปจนถึงทะเล 1 ใน 29 สถานที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น ที่นี่คือ Motonosumi-inari Shrine ศาลเจ้าที่ช่วยให้ผู้คนที่มาอธิษฐานประสบความสำเร็จ เชื่อไหมล่ะว่า หลังจากที่คุณหย่อยเงินบริจาคลงในกล่องรับบริจาคตรงเสาโทริอิต้นสุดท้าย ความหวังทั้งหลายของคุณจะประสบความสำเร็จ 


12. Big Island ฮาวาย สหรัฐอเมริกา 
  


13. Pamukkale ประเทศตุรกี
 


14. Santorini ประเทศกรีซ
 


15. Neuschwanstein Castle ประเทศเยอรมนี
พระราชวังสมัยศตวรรษที่ 19 ตั้งอยู่บนเนินเขาขรุขระทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของบาวาเรีย ประเทศเยอรมัน มีลักษณะเหมือนปราสาทในเทพนิยาย จนติดอันดับ  9 สถานที่ เทพนิยายที่มีอยู่จริงบนผืนโลก   
พระราชวังแห่งนี้เปิดให้ประชาชนเข้าชม และเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์หลายต่อหลายเรื่อง และแม้จะเป็นปราสาทยุคกลางของลุดวิก (Ludwig) แต่ก็มีเทคโนโลยีทันสมัย ทั้งห้องน้ำแสนสะอาด มีน้ำร้อน น้ำเย็น กันเลยทีเดียว


16. Ha Long Bay เวียดนาม
ฮาลองเบย์ มหัศจรรย์แห่งอ่าวมังกรตกน้ำ 1 ใน 10 อันดับ สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในอาเซียน ตามนิทานปรัมปราของชาวเวียดนาม ที่กล่าวถึงมังกรโบราณซึ่งเคยร่อนมาลงในอ่าวนี้เมื่อครั้งดึกดำบรรพ์ และชื่อของฮาลอง ก็แปลได้ว่า มังกรร่อนลง จากความสวยงามและสมบูรณ์ของอ่าวฮาลอง ทำให้ที่นี่ประกาศได้เป็น มรดกโลก ทางธรรมชาติ จากองค์กรยูเนสโก ในปี พ.ศ. 2537 เสน่ห์ของที่นี่คือ เกาะหินปูนเกือบ 2,000 เกาะ ซึ่งมีถ้ำมากมายรอให้เราไปชม แถมที่นี่ยังมีอ่าวที่เหมาะแก่การพายเรือคายัคอีกด้วย


17. Fingal’s Cave ประเทศสก็อตแลนด์
 
แม้ว่า ถ้ำฟิงกอล ที่ประเทศสกอตแลนด์ นี้มันอาจจะดูเหมือนเป็นโครงสร้างบล็อกๆ ที่มนุษย์สร้างขึ้น  แต่ความจริงแล้วเสาหินหกเหลี่ยมนี้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติจำนวนมาก ด้วยสภาพถ้ำที่เป็นโพรงแนวยาว ทำให้ภายในถ้ำเกิดเป็นเสียงสะท้อน คล้ายเสียงดนตรีได้ด้วย บางทีคนก็เรียกถ้ำนี้ว่า “Cave of melody”


18. St. Lucia ประเทศเซนต์ลูเซีย
 


19. Venice ประเทศอิตาลี
 
ในบรรดาเมืองท่องเที่ยวของอิตาลี เมืองเวนิส ดูจะเป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์เฉพาะที่แตกต่างจากทุกเมืองในโลก เป็นเมืองที่ตั้งอยู่กลางทะเลสาบที่สวยงามจนได้ฉายาว่าเป็น “ราชินีแห่งทะเลอาเดรียติก” ( The Queen of the Adriatic) หรือ “เมืองแห่งสายน้ำ” (The City of Water)
ที่มีคลองสำหรับใช้สัญจรแทนถนนมากกว่า 150 สาย และมีเรือกอนโดลา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์หนึ่งของเวนิส อีกทั้งยังเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยสีสันแห่งศิลปวัฒนธรรม และดนตรียามค่ำคืนที่ผู้คนทั่วโลกรู้จัก และใฝ่ฝันอยากมาเทียวชมสักครั้งในชีวิต เวนิสเป็นที่รู้จักกันมาช้านานในประวัติศาสตร์ ในฐานะที่เป็นศูนย์กลางการเดินเรือ และการค้าของทวีปยุโรปนับพันปี แต่น่าเสียดาย เพราะนักวิชาการหลายคนกล่าวไว้ว่า เวนิสอาจจะจม และหายไปในที่สุด ที่นี่จึงกลายเป็น ที่เที่ยวต้องไป ก่อนที่จะหายไปจากแผนที่โลก !


20. Yellowstone National Park, Wyoming สหรัฐอเมริกา 
 
เยลโลว์ สโตน เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของอเมริกาและแห่งแรกของโลกด้วย มีพื้นที่ทั้งหมดอยู่บนที่ราบสูงบนเทือกเขาร็อคกี้ มากกว่า 2 ล้านเอเคอร์ อีกทั้งยังมีบ่อน้ำร้อน และน้ำพุร้อนมากกว่า 10,000 แห่ง ดินแดนแห่งนี้มีอายุมากกว่า 600,000 ปี เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ ทิ้งร่องรอยของหินละลายที่พุ่งผ่านผิวโลกขึ้นมาเย็นตัว เกิดเป็นภูเขาสูง ที่ราบและหุบเหวที่สวยงาม นอกจากนี้ยังมีสัตว์ป่าที่น่าสนใจมากมาย


21. Zion National Park ยูทาห์ สหรัฐอเมริกา
 


22. Great Blue Hole ประเทศเบลิส
 
หลุมยักษ์น้ำเงินครามแห่งเบลิซ ประเทศนี้อยู่บนฝั่งตะวันออกของอเมริกากลาง ริมทะเลแคริบเบียน หลุมนี้อยู่ห่างจากชายฝั่งเบลิซประมาณ 60 ไมล์ เส้นผ่าศูนย์กลาง 984 ฟุต กับความลึกประมาณ 410 ฟุต เชื่อกันว่าหลุมนี้เป็นหลุมกลางทะเลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สันนิษฐานกันว่ามันก่อตัวขึ้นในยุคน้ำแข็ง แถมหลุมนี้ยังเป็น 1 ใน 7 หลุมที่นักประดาน้ำจัดอันดับสถานที่น่าดำน้ำที่สุดในโลกอีกด้วย


23. Horsetail Falls, Yosemite National Park แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา
 


24. Hvitserkur ประเทศไอซ์แลนด์
 


25. Panjin Red Beach ประเทศจีน
 


26. Sea Cliffs, Etretat ประเทศฝรั่งเศส
 


27. Beachy Head ประเทศอังกฤษ
 


28. CRISTO REDENTOR ประเทศบราซิล
ที่สุดของโลก 25 แลนด์มาร์ค ที่ต้องไปเที่ยวให้ได้ในปี 2015
“สายตาของพระคริสต์ที่จับตามองลงมายังเมืองช่วยทำให้เมืองนี้ผาสุกเพียงใด ?” Cristo Redentor statue รูปปั้นพระเยซู ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขา Corcovado ซึ่งสูงประมาณ 2,300 ฟุตจากเมืองริโอ เดอจาเนโร เป็นสิ่งที่ทุกคนอยากจะไปเห็นสักครั้งถึงความยิ่งใหญ่ และมุมมองที่พระคริสต์เห็นเมืองนี้อยู่ทุกๆ วัน นอกจากนั้น ที่นี่ยังเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ อีกด้วย


29. Shifen Waterfall ประเทศไต้หวัน
 


30. THE ALHAMBRA  ประเทศสเปน
ที่สุดของโลก 25 แลนด์มาร์ค ที่ต้องไปเที่ยวให้ได้ในปี 2015
The Alhambra ไม่ได้เป็นเพียงสมบัติทางสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสเปน แต่ยังเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลก พระราชวังที่สวยงามแกะสลักโดยช่างฝีมือประณีต ความสวยงามและยิ่งใหญ่นี้ ต้องได้ไปสัมผัสสักครั้ง


31. Split View หมู่เกาะกาลาปากอส
 


32. WAT PHO  ประเทศไทย
ที่สุดของโลก 25 แลนด์มาร์ค ที่ต้องไปเที่ยวให้ได้ในปี 2015
ใกล้กับพระบรมมหาราชวัง ในกรุงเทพฯ ยังมีวัดโพธิ์ท่าเตียน พระนอนองค์ใหญ่ ที่สร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวจากปากต่อปาก ที่นี่เป็นวัดเก่าที่มีความสวยงาม ถูกบูรณะโดยรัชกาลที่ 3 เรียกได้ว่า ใครมาถึงกรุงเทพฯ ล่ะก็ ต้องแวะมาไหว้พระนอนที่นี่สักครั้ง


33. Dunnottar Castle ประเทศสก็อตแลนด์
 


34. Coastal Potholes มีกระจายอยู่ทั่วโลก
 


35. Nottingham Castle ประเทศอังกฤษ
 


36. Split Pinnacle ประเทศจีน
เมืองลอยฟ้า สวยแต่เสียว! เที่ยว “มรดกโลกจางเจียเจี้ย” ดูภูเขาลอยฟ้าที่ถ่ายหนังดัง “อวตาร” อย่าลืมขึ้นกระเช้าลอยฟ้ายาวที่สุดในโลก แล้วไปเดินทางเดินกระจกริมผาที่มีความสูงถึง 1,433 เมตร ที่นี่ยังเป็น 1 ใน 10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศจีน ที่ต้องไปพิชิตให้ได้อีกด้วย


37. Valley of Ten Peaks ประเทศแคนาดา
 


38. Atlantic Ocean Road ประเทศนอร์เวย์
 


39. Cabin in the Woods
 


40. Shiratani Unsuikyo Gorge ประเทศญี่ปุ่น
29 สถานที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น ไปเที่ยวญี่ปุ่นคราวนี้อย่าได้พลาด !
Shiratani Unsuikyo Gorge นี้เป็นสถานที่เหลือเชื่อที่ไม่น่ามีอยู่บนโลกจริงๆ และที่สำคัญยังเป็นสถานที่ให้แรงบันดาลใจในภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่อง Princess Mononoke ของสตูดิโอ Ghibi รวมถึงยังเป็น1 ใน 29 สถานที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น อีกด้วย 


41. Great Barrier Reef : ประเทศออสเตรเลีย
10 ที่เที่ยวต้องไป ก่อนที่จะหายไปจากแผนที่โลก !
สวรรค์ของนักประดาน้ำ แนวปะการังที่ใหญ่ที่สุดในโลกนี้ อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศออสเตรเลีย ประกอบไปด้วยปะการังกว่า 400 สปีชี่ส์ สวรรค์ใต้ทะเลแห่งนี้เป็นที่อยู่ของปลาโลมา สัตว์เลื้อยคลาน พันธุ์ปลาเขตร้อน และสิ่งมีชีวิตทางทะเลนับไม่ถ้วน นอกจากใต้ทะเลแล้ว ยังมีเกาะที่งดงามด้วยหาดทรายขาว และโขดหิน ซึ่งเป็นบ้านของสัตว์ป่า และนกว่าหลายร้อยชนิด 


42. Jigokudani Monkey Park ประเทศญี่ปุ่น
29 สถานที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น ไปเที่ยวญี่ปุ่นคราวนี้อย่าได้พลาด !
หลายคนมาออนเซ็นในช่วงฤดูใบไม้ผลิ และฤดูหนาว แต่ที่นี่พวกเขาหวังมากกว่านั้น !! ที่มากกว่าที่อื่นก็คือ การมาดูลิงแช่น้ำร้อนที่ออนซ็นนั่นเอง ลิงกว่า 200 ตังที่อาศัยอยู่บนภูเขาจะลงมาแช่น้ำร้อน เพราะเวลาหนึ่งในสามของแต่ละปีจะถูกปกคลุมด้วยหิมะ นักท่องเที่ยวก็จะนิยมมาแช่ออนเซ็นกับลิง ได้บรรยากาศเหมือนมาดาวเคราะห์ของลิงเลยทีเดียว


43. Chichen Itza ประเทศเม็กซิโก
5 สถานที่ท่องเที่ยว อารยธรรมโบราณ ที่ต้องไปเห็นด้วยตาตัวเองให้ได้สักครั้งในชีวิต
ชีเชนอิตซา เป็นภาษามายา แปลว่า ต้นทางแห่งความสุขสบายของประชาชน ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศเม็กซิโก เป็นแหล่งโบราณคดีที่สร้างขึ้นโดยชาวมายันซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ของเทพเจ้า ที่นี่เป็นสิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงที่สุดของอาณาจักรมายา ถูกสร้างขึ้นในช่วงที่อารยธรรมเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด ทำให้ ชีเชนอิตซา จึงเป็นสิ่งก่อสร้างที่แสดงออกถึงภูมิปัญญาทั้งหมดของชาวมายันทั้งด้านสถาปัตยกรรม วิศวกรรม ศิลปกรรม ดาราศาสตร์ ปฏิทิน เป็นต้น


44. Dead Sea ประเทศจอร์แดน และอิสราเอล
10 ที่เที่ยวต้องไป ก่อนที่จะหายไปจากแผนที่โลก !
ทะเลที่แสนมหัศจรรย์ใจของโลก คนที่ไปเล่นน้ำในทะเลแห่งนี้จะไม่มีวันจมแม้ว่าเราจะอ้วนขนาดไหน นั่นเป็นเพราะทะเลสาบแห่งนี้ที่มีความเค็มมากกว่าทะเลทั่วไปถึง 10 เท่า จนคนสามารถลอยบนผิวน้ำได้ ระดับน้ำอยู่ต่ำที่สุดในบรรดาทะเลทั้งหลาย คือต่ำกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางลงไปอีกประมาณ 400 เมตรทีเดียว แต่ด้วยสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง ปริมาณฝน และการไหลเวียนของน้ำ ทำให้น้ำจากแม่น้ำจอร์แดนซึ่งเป็นแหล่งน้ำหลักแหล่งเดียวที่ให้น้ำแก่ที่นี่ลดปริมาณลง ส่งผลให้ในช่วงสี่สิบปีที่ผ่านมาทะเลสาบแห่งนี้มีความกว้างลดลงกว่าเดิมถึง 1 ใน 3 และยังมีระดับน้ำต่ำลงอีกกว่า 2.40 เมตร และคาดว่าขนาดของน้ำจะลดลงเรื่องจนอีก 50 ปีข้างหน้าก็จะกลายเป็นเพียงที่โล้งกว้าง


45. Sea Cave ประเทศมอลตา
 


46. Athabasca Falls At Dusk, Jasper, Alberta ประเทศแคนาดา
 
ภายในอุทยานแห่งชาติแจสเปอร์ มีอยู่ในทะเลสาบลึกลับอยู่นั่นก็คือ ทะเลสาบเมดิซีนแห่งนี้ ทุกฤดูหนาวน้ำจะหายไปเหมือนที่นี่ไม่เคยมีน้ำมาก่อน เกือบเหมือนอ่างอาบน้ำที่ปล่อยน้ำออกได้อย่างน่าอัศจรรย์ ความจริงของสิ่งลึกลับนี้ได้ถูกเปิดเผยออกมาแล้วว่า ทะเลสาบเมดิซีน ไม่ได้เป็นทะเลสาบจริงๆ แต่เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่รับน้ำ “มาลีน วัลเลย์ (Maligne Valley)” ซึ่งในช่วงฤดูร้อนของทุกปีธารน้ำแข็งที่ปกคลุมบนภูเขาในแถบนี้จะละลายลงสู่แม่น้ำมาลีน โดยน้ำจากธารน้ำแข็งส่วนหนึ่งจะมารวมกันอยู่ที่นี่จนกลายเป็นทะเลสาบสวยงามในฤดูร้อนนั่นเอง 


47. Cathedral Cove ประเทศนิวซีแลนด์
 


48. Antelope Canyon แอริโซน่า สหรัฐอเมริกา
 
หุบเขาแอนทีโลพ เป็น 1 ในสถานที่ยอดนิยม สำหรับนักท่องเที่ยว อยู่ที่เมืองเพจ รัฐอริโซน่า ประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยภูมิประเทศที่เป็นร่องหินทรายที่ถูกน้ำกัดเซาะและได้ทิ้งร่องรอยการกัดเซาะที่คล้ายกลับหินผา เกิดจากการพังทลายของชั้นหิน Navajo Sandstone ซึ่งถูกกัดเซาะอย่างฉับพลันจากกระแสน้ำที่ซัดผ่าน ผสานความแรงจากกระแสลม พายุฝน ผ่านฤดูกาลต่างๆ ที่นี่กลายเป็น หุบเขาที่อันตรายที่สุด เนื่องจากบริเวณนั้นอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันได้ตลอดเวลา และระดับน้ำสามารถสูงถึง 10 เมตรทีเดียว อีกทั้งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งดึงดูดใจช่างภาพทั่วโลก เพราะสีสันจากธรรมชาติซึ่งเกิดจากการตกกระทบของแสงอาทิตย์ที่สาดส่องผ่านช่องแคบ สะท้อนกับสีของชั้นหิน Navajo Sandstone เกิดเป็นความสวยงามสุดประทับใจแก่ทุกสายตา 


49. Mt. Kilimanjaro ประเทศแทนซาเนีย และเคนยา
10 ที่เที่ยวต้องไป ก่อนที่จะหายไปจากแผนที่โลก !
จุดสูงสุด หลังคาแอฟริกา ยอดเขาคิลิมันจาโร เป็นภูเขาไฟยอดเดี่ยวที่สูงที่สุดในโลก และเป็นยอดเขาที่สุดที่สุดในทวีปแอฟริกาอีกด้วย มีความสูงกว่า 5,895 เมตร ตรงบริเวณยอดเขามียอดเขาด้วยกัน 5 ยอด ที่นี่เป็นภูเขาไฟที่ดับแล้ว บริเวณยอดเขามีธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ยาวกว่า 4,500 เมตร เป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในทวีปแอฟริกาเลยก็ว่าได้ ที่ลาดเขาช่วงล่างเป็นที่อยู่ของสัตว์ป่าหลากหลายชนิดเช่น ช้าง แรด ควาย และแอนทิโลป ที่ระดับความสูง 3,500 เมตรขึ้นไปจะพบพรรณพืชแบบทุ่งมัวร์มีมอสส์ขึ้นอยู่เป็นส่วนใหญ่ ถัดขึ้นไปเป็นพรรณพืชแบบป่าสน บนยอดเขาเป็นที่ว่างเปล่าเต็มไปด้วยหิมะ ช่างขัดแย้งกลับด้านล่างอย่างสิ้นเชิง


50. Taj Mahal, Agra ประเทศอินเดีย  
ทัชมาฮาล ตั้งอยู่ในเมืองอัครา ริมฝั่งแม่น้ำยมุนา ประเทศอินเดีย เป็นสุสานหินอ่อนที่ผู้คนเชื่อว่าเป็นสถาปัตยกรรมแห่งความรักที่สวยที่สุดในโลก สร้างขึ้นโดยสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโมกุลให้กับพระมเหสีของพระองค์ นับว่าเป็นหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง ภายในอาคารทัชมาฮาล ตรงกลางมีหีบพระศพจำลองของพระนางมุมตาสกับหีบพระศพของพระเจ้าชาห์ชาฮันวางคู่กัน (หีบพระศพจริงอยู่ในห้องลึกลงไปด้านล่างประมาณ 10 เมตร)


51. Capilla de Marmol ปาตาโกเนีย ประเทศอาร์เจนตินา และชิลี
 
ถ้ำหินอ่อนนี้อยู่ในเขตพื้นที่ของทะเลสาบการ์เรรา (General Carrera) ทะเลสาบขนาดใหญ่ในเขตภูมิภาคปาตาโกเนีย (Patagonia) ภูมิภาคที่ตั้งอยู่ปลายใต้สุดของทวีปอเมริกาใต้ โดยทะเลสาบนั้นระหว่างชายแดนของอาร์เจนตินา และชิลี เป็นถ้ำที่เกิดจากกระแสน้ำได้กัดเซาะเป็นระยะเวลานับล้านปี จนภูเขาหินอ่อนเกิดเป็นถ้ำหินอ่อนอันงดงามไม่เหมือนถ้ำแห่งใดในโลก 


52. Balanced Rock in the Garden of the Gods คาโลราโด สหรัฐอเมริกา


53. Tower of London ประเทศอังกฤษ
ฮาโลวีนปีนี้ต้องสยอง 8 ปราสาทผีสิง ที่มีอยู่จริงบนโลก ความอาถรรพ์ ยังคงตามติด !
พระราชวังหลวง และป้อมปราการ ซึ่งตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำเทมส์ของกรุงลอนดอนในประเทศอังกฤษ เมืองผู้ดีที่เก่าแก่ ที่นี่เป็นพระราชวังที่เดิมสร้างโดยพระเจ้าวิลเลียมที่ 1 แห่งอังกฤษ เมื่อปี ค.ศ. 1078 และขึ้นชื่อว่าเป็นสถานที่ที่ผีดุที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลก ถ้าเคยได้ไปสัมผัสจะรู้สึกว่าเป็นปราสาทที่สวยงาม แต่มีบรรยากาศบางอย่างอึมครึมอย่างบอกไม่ถูก หอคอยเคยใช้เป็นป้อมที่ขังนักโทษที่มียศศักดิ์สูง และยังเป็นสถานที่สำหรับประหารชีวิต และทรมานนักโทษอีกด้วย เสียงโอดครวญบางทียังมีเล็ดลอดออกมาในตอนกลางคืนให้ได้ยินกันบ่อยครั้ง


54. Mystic forest ประเทศเนเธอร์แลนด์ 


55. Bagan ประเทศพม่า
 
พุกามเป็นเมืองโบราณที่ซ่อนอยู่ในส่วนลึกของพม่า เป็นเมืองเก่าแก่ตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 11 ที่ยังคงความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะความยิ่งใหญ่ของทุ่งทะเลเจดีย์ จนได้รับสมญานามว่าเป็นเมืองแห่งเจดีย์สี่พันองค์ เพราะในสมัยรุ่งเรืองเคยมีเจดีย์มากมายถึง 4,446 องค์ ปัจจุบันเหลือแค่เพียง 2,217 องค์ เจดีย์แห่งแรกของพุกามคือ เจดีย์ชเวสิกอง สร้างโดยพระเจ้าอโนรธามังช่อ ปฐมกษัตริย์แห่งอาณาจักรพุกาม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาในประเทศพม่า 

 
56. ฺBali ประเทศอินโดนีเซีย
 


57. National Park ยูทาห์ สหรัฐอเมริกา


58. Bahamas ชายหาดส่วนตัวของนักมายากลชื่อดัง เดวิด คอปเปอร์ฟิลด์


59. Faroe Islands ประเทศเดนมาร์ก


60. Church Of The Savior On Blood ประเทศรัสเซีย
ฮาโลวีนปีนี้ต้องสยอง 8 ปราสาทผีสิง ที่มีอยู่จริงบนโลก ความอาถรรพ์ ยังคงตามติด !
Ovchinnikova Irina/Shutterstock.com
โบสถ์แห่งหยดเลือด ที่รัสเซีย สถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นที่สุดในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก ที่นี่ การประดับประดาตกแต่ง มีเพดาน กำแพงหลากหลายสีสัน และโดมทรงหัวหอม จึงไม่น่าแปลกใจที่นักท่องเที่ยวจะเลือกที่นี่เป็นจุดหมายในการเดินทาง


61. River of Flowers, Keukenhof ประเทศฮอลแลนด์


62. Tiger’s Nest Monastery, Paro Valley ประเทศภูฏาน
เที่ยวภูฏานครั้งแรก ขึ้น ทักซัง เมืองพาโร พลังแห่งศรัทธาบนยอดภูผากว่า 3,000 เมตร
วัดทั๊กซัง หรือ วัดถ้ำเสือ เป็นวัดที่โด่งดังที่สุดในภูฏาน ตั้งอยู่บนขอบของหน้าผาที่สูง 3,000 ฟุตจากระดับน้ำทะเลเหนือหุบเขาพาโร ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยพลังศรัทธาอย่างแรงกล้าในพระพุทธศาสนา และการเดินทางไปที่แห่งนี้นอกจากความเพียรแล้วต้องมีศรัทธาอันแรงกล้า และความแข็งแกร่งของแรงขาทั้งสองข้างในการเดินขึ้นเขาที่สูงชันท่ามกลางอากาศที่บางเบา 


63. Socrota Island ประเทศเยเมน
สุดยอด 9 สถานที่ เทพนิยายที่มีอยู่จริงบนผืนโลก
Socotra หนึ่งในสถานที่ที่ห่างไกลที่สุดในโลก อยู่ในทะเลอาระเบียประมาณ 150 ไมล์ของแอฟริกา เกาะเป็นที่รู้จักของชาวอียิปต์โบราณ และมาร์โคโปโลก็เป็นผู้เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับที่นี่  อย่างไรก็ตามที่นี่ยังคงสภาพเดิมอยู่ และมีประชากรเพียง 80,000 คน อีกทั้งยังไม่มีถนนลาดยางจนกระทั่งถึงปี 2007
นอกจากถ้ำ เกาะที่แปลกประหลาด และน้ำทะเลที่สวยงามแล้ว ความแห้งแล้งบนเกาะยังทำให้เกิดพืชพันธุ์ที่มีรูปทรงคล้ายมาจากต่างดาว มีงานวิจัยแสดงให้เห็นว่าประมาณ 33% ของพืชเหล่านี้ไม่สามารถพบได้ที่ใดในโลก และหนึ่งในสิ่งที่แปลกประหลาดที่สุด นับว่าเป็นสัญลักษณ์ของเกาะ Socrota ก็คือต้น Dragon Blood ที่มีรูปทรงเป็นร่มนั่นเอง
รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โซโคตร้า ต้นไม้ยักษ์ล้านปีเหมือนต่างดาว


64. Hobbiton ประเทศนิวซีแลนด์
สุดยอด 9 สถานที่ เทพนิยายที่มีอยู่จริงบนผืนโลก
Dmitri Ogleznev/Shutterstock.com
เมื่อพูดถึง Lord of the Rings คุณจะไม่พูดถึงฮ็อบบิทเป็นไปไม่ได้เลย...Matamata เมืองเล็กๆ ในนิวซีแลนด์เป็นโลเคชั่นสำหรับ Lord of the Rings ทั้ง 3 ภาค และทางรัฐบาลนิวซีแลนด์ได้ตัดสินใจให้หมู่บ้านฮ็อบบิทแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการ


65. Point Reyes National Seashore แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา


66. Cano Crystales ประเทศโคลัมเบีย
สุดยอด 9 สถานที่ เทพนิยายที่มีอยู่จริงบนผืนโลก
ลึกเข้าไปในป่าของโคลัมเบียจะมีแม่น้ำสายเก่าแห่งหนึ่งที่ดูเหมือนแม่น้ำธรรมดาๆ หากแต่ในความเป็นจริงคุณสามารถข้ามแม่น้ำสายนี้ได้หลายร้อยครั้งต่อปี อย่างไรก็ตามถ้าเป็นช่วงฤดูฝนและฤดูแล้งจะเกิดปรากฎการณ์ประหลาดที่ทำให้คุณอาจจะตะลึงจนขากรรไกรค้างได้เลยว่า นี่ไม่ใช่ฝันไปใช่มั้ย นี่มันไม่ใช่ภาพหลอนใช่มั้ย
ปรากฏการณ์แปลกประหลาดนี้เกิดขึ้นโดยสาหร่ายหลากสีสันที่อยู่ด้านล่างของแม่น้ำพากันพลิ้วไสวอย่างสวยงาม ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ทางชีวภาพที่ไม่ซ้ำกัน ทำให้ Cano Crystales ถูกขนานนามว่า "แม่น้ำห้าสี", "แม่น้ำแห่งสรวงสวรรค์" และ "แม่น้ำที่สวยที่สุดในโลก"


67. The Mingus Mill, Blue Ridge Mountains นอร์ท แคโรไลนา สหรัฐอเมริกา
 


68. Chichilianne, Rhone Alpes ประเทศฝรั่งเศส
Konstantin Yolshin/Shutterstock.com
ภูเขามหึมา Mont Aiguille ที่สูงเกือบ 7,000 ฟุต เป็นหนึ่งในเทือกเขา The French Prealps (Préalpes) ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกของเทือกเขาแอลป์ในฝรั่งเศส ตั้งสงบนิ่งเป็นแบ็กกราวด์ให้กับเมืองที่อยู่เบื้องล่าง เป็นวิวที่สุดแสนอลังการ ใครได้อยู่ที่นี่ขอบอกคำเดียวว่า อิจฉาตาร้อนสุดๆ คงจะรู้สึกเหมือนอยู่ในเมืองลับแลอะไรบางอย่าง
 
 
 
69. Tuscany ประเทศอิตาลี


70. Colosseum ประเทศอิตาลี
5 สถานที่ท่องเที่ยว อารยธรรมโบราณ ที่ต้องไปเห็นด้วยตาตัวเองให้ได้สักครั้งในชีวิต
โคลอสเซียม เป็นรูปวงกลมก่อด้วยอิฐ และหินทราย วัดโดยรอบได้ประมาณ 527 เมตร สูง 57 เมตร สามารถจุผู้ชมได้ประมาณ 55,000 คน นอกจากนี้ยังมีการออกแบบอย่างชาญฉลาด โดยสร้างให้สนามกีฬามีลักษณะเป็นรูปวงรี เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกเข้าใกล้นักกีฬา และมีการออกแบบทางระบายน้ำเพื่อไม่ให้น้ำท่วมขังในสนามขณะเกิดฝนตกอีกด้วย โคลอสเซียมจึงกลายเป็นต้นแบบของสนามกีฬาต่างๆ ในปัจจุบัน


71. Moai เกาะอีสเตอร์
ปริศนา รูปปั้นโมอาย เกาะอีสเตอร์  ความลึกลับที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนดิน
รูปปั้นยักษ์แกะสลักเป็นหน้าคน โมอาย (Moai) ที่เรียกได้ว่าเป็นพระเอกตัวจริงของที่นี่ เชื่อกันว่าเป็นผลงานของชาว โพลีนีเซียน (Polynesian) ที่เข้ามาปกครองเกาะนี้ในช่วงปี 1250 จำนวนของรูปปั้นนั้นกระจายอยู่ทั่วทั้งเกาะประมาณ 887 ตัว รวมทั้งตัวที่ยังแกะสลักไม่เสร็จ และเสียหายระหว่างการขนย้ายด้วย บางตัวมีแค่ส่วนหัว บ้างก็มีส่วนลำตัวที่ส่วนใหญ่ถูกฝังอยู่ใต้ดิน ขนาดของตัวโมอายที่ใหญ่ที่สุดนั้นสูงถึง 30 ฟุต (ประมาณ 10 เมตร) น้ำหนัก 82 ตัน


72. Xian ประเทศจีน
เที่ยวซีอาน เปิดกรุ สุสานทหารจิ๋นซีฮ่องเต้ กองทัพทหารม้าแห่งมหาจักรพรรดิแดนมังกร
ซีอาน เป็นเมืองที่มีอายุเก่าแก่ เกือบสามพันปี เดิมมีชื่อว่า เสียนหยาง (Xianyang)  ที่นี่เคยเป็นเมืองหลวงของจีนถึง 13 ราชวงศ์เลยทีเดียวทำให้มีคำกล่าวที่ว่า “ถ้าอยากเห็นปัจจุบันของจีนต้องไปปักกิ่ง ดูอนาคตของจีนต้องไปเซี่ยงไฮ้ และถ้าอยากเห็นอดีตของจีนต้องไปซีอาน” และสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงสุดๆ คงจะหนีไม่พ้น “สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้” ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นยิ่งกว่าแลนด์มาร์ค นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวซีอานถ้าไม่ได้แวะมาเที่ยวที่นี่ตราหน้าเลยว่ายังไม่ได้มาถึงซีอาน 


73. Bridges Park ประเทศไอร์แลนด์
 


74. Path of Pink Tulips ประเทศเนเธอร์แลนด์
 


75. Kelimutu crater lakes in Flores Island ประเทศอินโดนีเซีย
 
มหัศจรรย์ธรรมชาติ ทะเลสาบ 3 สี ที่อินโดนีเซีย เป็นทะเลสาบที่อยู่บนปล่องภูเขาไฟเคลิมูตู (Kelimutu Volcano) บนเกาะฟลอเรส (Flores Island) เป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะซุนดาน้อย (Lesser Sunda Islands) ประเทศอินโดนีเซีย สวยงามขนาดนี้ ที่นี่จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง และได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก 


 
76. Gokayama ประเทศญี่ปุ่น
29 สถานที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น ไปเที่ยวญี่ปุ่นคราวนี้อย่าได้พลาด !
Gokayama เป็นหมู่บ้านมรดกโลกที่ตั้งอยู่ในจังหวัดโทยามะ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านที่มีสถาปัตยกรรมที่ดีที่สุด และเก่าแก่ที่สุด มีอายุกว่า 400 ปี และ เป็นที่เที่ยวที่สวยที่สุด 1 ใน 29 ที่ของญี่ปุ่น
ไฮไลท์สำคัญก็คือ บ้านทรงแบบ gassho ซึ่งหลังคาบ้านจะมุงด้วยหญ้าทำให้มีความลาดเอียงอย่างมากนี้ เป็นลักษณะพิเศษที่เห็นได้ชัด เป็นรูปแบบงานก่อสร้างที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเมือง Gokayama เนื่องจากอยู่ในพื้นที่หิมะตกหนัก หลังคาแบบนี้จะทำให้หิมะที่ทับถมบนหลังคาไหลลงมาได้ง่าย


77. Ruby Falls, Chattanooga, Tennessee สหรัฐอเมริกา


78. Aurora borealis ประเทศนอร์เวย์
แสงเหนือ ออโรรา ปรากฏการณ์มหัศจรรย์บนฟากฟ้า
ปรากฏการณ์ออโรรา ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ที่มีแสงเรืองๆ เป็นแถบสีต่างๆ บนท้องฟ้าในเวลากลางคืน ปรากฏการออโรรานี้มักจะขึ้นในบริเวณแถบขั้วโลก โดยจะเรียกว่า แสงเหนือ ซึ่งจะสามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่าส่วนใหญ่ในประเทศนอร์เวย์ ตั้งแต่เวลา 22.00 น ถึง เที่ยงคืน


79. Castillo de La Cueva, Cebolleros, Burgos ประเทศสเปน


80. Châtenois, Alsace ประเทศฝรั่งเศส
 


81. Cenotes of Yucatán Peninsula ประเทศเม็กซิโก
 
หลุมเหล่านี้เป็นหลุมลึกที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เกิดจากการถล่ม และสลายของหินปูนกลายเป็นหลุมที่มีบ่อน้ำใสขนาดใหญ่ในเม็กซิโก คาดว่าบ่อนี้ก่อตัวขึ้นในช่วงยุคน้ำแข็ง และถูกจัดให้เป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ของชนเผ่ามายันโบราณอีกด้วย 


82. Son Doong ประเทศเวียดนาม
10 สุดยอดทริป ที่คนรักการท่องเที่ยวต้องไปสักครั้งหนึ่งในชีวิต!
Son Doong (ซันดอง) ถ้ำโบราณที่ซุกซ่อนอยู่ภายในหุบเขา มีความกว้าง 200 เมตร สูง 150 เมตร และมีความยาวถึง 9 กิโลเมตร ใครอยากลองเป็นนักสำรวจถ้ำนี้ตอบโจทย์มากๆ ตามไปดูความยิ่งใหญ่เพิ่มเติมได้ที่ ถ้ำใหญ่ที่สุดในโลก Son Doong Cave ประเทศเวียดนาม จุตึกเอ็มไพร์สเตทได้ทั้งตึก นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็น 10 สุดยอดทริป ที่คนรักการท่องเที่ยวต้องไปสักครั้งหนึ่งในชีวิต !


83. Wuhan ประเทศจีน
10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศจีน ที่ต้องไปพิชิตให้ได้สักครั้งในชีวิต!
เมืองตำนานยุทธจักรนักสู้ เที่ยวให้มันส์ยันบรรพบุรุษ ตามรอยพงศาวดารจีนสามก๊กที่ “หอกระเรียนเหลือง” หอสังเกตการณ์ข้าศึก ซึ่งเป็น 1 ใน 3 หอที่สวยที่สุดของจีน ก่อนขึ้นเขา “บู๊ตี๊ง” มรดกโลกจุดกำเนิดสุดยอดวิชากังฟู ที่นี่แหละคือ จุดที่ต้องมาให้ได้ในเมืองจีน 


84. Turquoise Sea ประเทศไซปรัส
 


85. Aescher ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
Oscity/Shutterstock.com


86. Sagano bamboo forest  ประเทศญี่ปุ่น
เที่ยวญี่ปุ่น ป่าไผ่ซากาโนะ  Sagano bamboo forest เกียวโต เสน่ห์โลกตะวันออก
ป่าไผ่ซากาโนะ นี้ป่าไผ่ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเกียวโต ทั้งทัศนียภาพที่สวย และแปลกตาของป่าไผ่ซากาโนะ ทำให้มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมเยียนที่นี่อย่างไม่ขาดสาย เราสามารถเดินชมป่าไผ่ตามทางเดินที่ได้จัดไว้ให้เป็นระยะทาง 500 เมตร ตลอดสองข้างทางเดินประกอบไปด้วยต้นไผ่สูงชะลูด และในระหว่างทางนักท่องเที่ยวจะได้เพลิดเพลินไปกับเสียงลำไผ่สีกันยามลมพัด นับเป็นเสียงธรรมชาติที่แสนไพเราะสุดจะบรรยายไปเลยทีเดียว นับว่าที่นี่เป็นอีกแห่งหนึ่งที่ทำให้ชาวต่างชาติหลายคนต้องมนต์เสน่ห์ของโลกฝั่งตะวันออก


87. Huacachina, Peruvian desert ประเทศเปรู
 
Huacachina เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเปรู ที่นี่มีคนอาศัยอยู่เพียงแค่ร้อยกว่าคนเท่านั้นในโอเอซิสเขียวชอุ่มท่ามกลางทะเลทรายอันร้อนระอุ ใครมาที่นี่แล้วมักจะติดอกติดใจกับกิจกรรมท้าทายก็คือ sandboarding ซึ่งแน่นอนว่า เราจะสามารถเช่า sandboarding จากชาวบ้านมาลองกันสักครั้งในชีวิตได้อีกด้วย 


88. Melissani Cave, Kefalonia ประเทศกรีซ
Marco Prati/Shutterstock.com
Melissani Cave เป็นถ้ำที่ตั้งอยู่บนเกาะ Kefalonia ประเทศกรีซ ถ้ำแห่งนี้ได้สำรวจพบในปี 1951 มีการขุดพบวัตถุโบราณหลายชิ้นด้วยกัน ภายในถ้ำมีทะเลสาบน้ำกร่อยอยู่เข้าไปลึกกว่า 500 เมตรจากทะเล เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมอีกที่หนึ่ง นักท่องเที่ยวจะล่องเรือไปตามเส้นทางเพื่อชมธรรมชาติที่สวยงามของน้ำที่ใสราวกับกระจก ตามตำนานเทพเจ้ากรีกโบราณ เหล่านางไม้ที่อาศัยอยู่ในถ้ำที่งดงามนี้จะล่อลวงคนด้วยความงามของพวกเขา และถ้ำนี้ก็ได้ล่อลวงนักดำน้ำหลายคนในหลงเข้าไปในโลกที่เต็มไปด้วยความงามของธรรมชาติ 


89. Mount Ai-Petry, Crimea ประเทศยูเครน
 
ความเสียวระดับสูงนี้ตั้งอยู่บนภูเขา Kastron mountain คุณจะต้องปีนขึ้นไปโดยไม่หันกลับมามองแม้หัวใจจะกองอยู่แทบเท้าแล้วก็ตาม และบนจุดสูงสุดเราจะได้พบกับวิวที่สวยอลังการของอ่าว Balaklava ที่แสนคุ้มค่ากับการขึ้นมา ณ ที่นี้ 


90. Lofoten Islands ประเทศนอร์เวย์
 
Lofoten เป็นกลุ่มของหมู่เกาะที่ตั้งอยู่ในภาคเหนือของนอร์เวย์ภายในอาร์กติกเซอร์เคิล เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมงที่แสนจะล่อตาล่อใจนักจับปลาทั้งหลาย คนที่ชื่นชอบการตกปลามักมาที่นี่กันในวันหยุดเพื่ออวดปลาตัวใหญ่ให้โลกเห็น นอกจากนี้ยังมีแนวปะการังที่ลึกที่สุดของโลกอยู่ที่นี่อีกด้วย แน่นอนว่าความสวยงามแห่งซีกโลกเหนืออยู่ที่นี่แหละ 


91. Saint Petersburg ประเทศรัสเซีย
 
เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (Saint Petersburg) เป็นเมืองท่าทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของรัสเซีย ตั้งอยู่ปากแม่น้ำเนวา ริมอ่าวฟินแลนด์ในทะเลบอลติก สร้างโดยพระเจ้าซาร์ปีเตอร์มหาราช เรียกได้ว่าเป็นจุดศูนย์กลางแห่งความเจริญที่เก่าแก่ที่สุดรวมไปถึงด้าน นโยบายการเมืองและเศรษฐกิจที่มีบทบาทและความสำคัญในหน้าที่ประวัติศาสตร์ สมัยที่เคยเรืองอำนาจในยุโรปจนถูกขนานนามว่า "หน้าต่างของยุโรป" 


92. Zermatt ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
นั่งรถไฟเลียบหุบเขา สวิตเซอร์แลนด์ เยือนเมืองจักรยาน Zermatt พิชิตเขาสูง Matterhorn
"Zermatt" (เซอร์แมตส์) เมืองเล็กน่ารักที่อุดมไปด้วยมิตรไมตรี บนความสูง 1,620 เมตร บริเวณเชิงเขา Matterhorn (แมทเทอร์ฮอร์น) หนึ่งในยอดเขาที่สวยงามที่สุดของประเทศสวิตเซอร์แลนด์


93. Angkor Wat ประเทศกัมพูชา
ฮาโลวีนปีนี้ต้องสยอง 8 ปราสาทผีสิง ที่มีอยู่จริงบนโลก ความอาถรรพ์ ยังคงตามติด !
ที่นี่คือโบราณสถานที่เกี่ยวกับศาสนาที่ใหญ่ที่สุดของโลก และยังได้เป็นอันดับ 1 ใน Travelers’ Choice ในปี 2015 นี้อีกด้วย นครวัด สร้างขึ้นราวศตวรรษที่ 12 เป็นสิ่งก่อนสร้างที่มีมนต์เสน่ห์อย่างน่าประหลาด ชวนให้หลายคนหลงใหลและอยากจะเดินทางมาเยือนที่นี่สักครั้ง นอกจากนี้ที่นี่ยังได้ชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์ของกัมพูชา และยังเป็นหนึ่งในมรดกโลกที่ UNESCO ยกย่อง 


94. Trolltunga in Hordaland ประเทศนอร์เวย์
 
Trolltunga มีความหมายว่าลิ้นของโทรลล์ ด้วยความที่เป็นชะง่อนผาที่มีลักษณะคล้ายกับการแลบลิ้นออกมาจากภูเขาประมาณ 2,000 ฟุตลอยอยู่กลางอากาศแบบนี้นั่นเอง หากยอมปืนเขาที่สูงกว่า 700 เมตรนี้ได้ จะเห็นวิวที่คุ้มค่ากับที่ปืนขึ้นมาแน่นอน เพราะวิวของแม่น้ำ Ringedalsvatnet สวยอย่างกับภาพวาด


95. Tunnel of Love in Klevan ประเทศยูเครน
 
อุโมงค์แห่งความรัก (Tunnel of Love) คืออีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งของประเทศยูเครน เป็นอุโมงค์รถไฟที่สร้างขึ้นจากต้นไม้อย่างสวยงามตั้งอยู่ในเขตเมืองเคลเว่น (Klevan) เมืองเล็กๆ ในจังหวัดริฟเน (Rivne region) จังหวัดที่ตั้งอยู่ในภาคตะวันตกของประเทศยูเครนนั่นเอง เห็นแบบนี้โรแมนติกอย่าบอกใคร แนะนำให้เก็บเงินแล้วเตรียมไปถ่ายพรีเวดดิ้งที่นี่เลย 


96. Salar De Uyuni ประเทศโบลิเวีย
ผืนฟ้าจรดผืนโลก ที่ Salar de Uyuni โบลิเวีย ทะเลเกลือที่ใหญ่ และสวยที่สุดในโลก
Salar de Uyuni เป็นทะเลเกลือที่ใหญ่ได้ชื่อว่าเป็น กระจกเงาที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง เป็นพื้นที่ราบที่ประกอบด้วยเกลือจำนวนมหาศาลบนเนื้อที่ 10,582 ตารางกิโลเมตร เป็นทะเลเกลือใหญ่ที่สุดของโลก อยู่ติดเขตระหว่างสองจังหวัดคือ Potosi และ Oruro ทางตอนใต้ของประเทศโบลิเวีย ลองมาตอนหน้าฝน จะเหมือนได้ยืนอยู่ท่ามกลางทะเลที่สะท้อนกับท้องฟ้าราวกับกระจก 
รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ผืนฟ้าจรดผืนโลก ที่ Salar de Uyuni โบลิเวีย ทะเลเกลือที่ใหญ่ และสวยที่สุดในโลก


97. Zhangye Danxia landform in Gansu ประเทศจีน
 
ภูเขาสีรุ้ง หรือ ภูเขาหลากสีในเขตมณฑลกันซู่ ประเทศจีน เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เรียกได้ว่าเป็นงานศิลปะที่สรรสร้างด้วยฝีมือธรรมชาติโดยแท้ ภาพภูเขหลากหลายสีสันตรงนี้ เกิดจากการตกตะกอนของหินทราย และแร่ธาตุในบริเวณนี้ทับถมกันมานานกว่า 24 ล้านปีนั่นเอง 


98. Himeji Castle ประเทศญี่ปุ่น
ฮาโลวีนปีนี้ต้องสยอง 8 ปราสาทผีสิง ที่มีอยู่จริงบนโลก ความอาถรรพ์ ยังคงตามติด !
ปราสาทฮิเมจิ มีประวัติศาสตร์ก่อตั้งกว่า 400 ปี เป็นปราสาทที่คงสภาพเดิมที่สุดในญี่ปุ่น ถือว่าเป็น 1 ใน 3 ปราสาทที่งดงามที่สุดในญี่ปุ่น โดยอีก 2 แห่งคือ ปราสาทมะสึโมะโตะ และปราสาทคุมะโมะโต รวมทั้งได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโกเป็นครั้งแรกของประเทศญี่ปุ่นในปี 1993  ความสง่างามของที่นี่ได้รับการเปรียบเปรยให้ถูกเรียกว่า “ปราสาทนกกระสาขาว” 
รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ปราสาทฮิเมจิ 


99. Ancient Region of Anatolia in Cappadocia ประเทศตุรกี
 
คัปปาโดเกีย (Cappadocia) เมืองมหัศจรรย์ที่ตั้งอยู่ในประเทศตุรกี เป็นเมืองที่ได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลก เมื่อปี ค.ศ.1985 เป็นพื้นที่พิเศษเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟเออซิเยส และภูเขาไฟ ฮาซาน เมื่อประมาณ 3 ล้านปีมาแล้ว (ปัจจุบันภูเขาไฟทั้ง 2 ดับแล้ว) ทำให้ลาวาที่พ่นออกมา เถ้าถ่านจำนวนมหาศาลกระจายไปทั่วบริเวณทับถมเป็นแผ่นดินชั้นใหม่ขึ้นมา เกิดเป็นภูมิประเทศประหลาดแปลกตาน่าพิศวงสารพัดรูปร่าง


100. Valley of Flowers ประเทศอินเดีย
Valley of Flowers แดนแห่งขุนเขา ดอกไม้ และสายธาร ที่ประเทศอินเดีย
Valley of Flowers National Park ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเทือกเขาหิมาลัย ในรัฐ Uttarakhand ของประเทศอินเดียบนความสูง 3,650 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล กินอาณาบริเวณกว่า 87 ตารางกิโลเมตร บนนี้จะพบดอกไม้นานาพันธุ์ที่ทั้งสวยงาม และหายากในแถบภูมิภาคอื่นกว่า 520 ชนิด รวมถึงมีสรรพคุณทางยาด้วย โดยปกติดอกไม้จะบานสะพรั่งละลานตาในช่วงเดือนมิถุนายน ไปจนถึงต้นกันยายน 

บทความแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว  เป็นบทความที่ทางเว็บขอสงวนลิขสิทธิ์ผลงานการเขียน ห้ามทำซ้ำ หรือคัดลอกเพื่อนำไปเผยแพร่ต่อในเว็บอื่นๆ และสื่อตีพิมพ์ จนกว่าจะได้รับการอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากทีมงาน
ภาพ: ลิขสิทธิ์ถูกต้องจาก Shutterstock ลิขสิทธิ์ภาพขอสงวนเฉพาะสำหรับงานบทความใน "ทรูไลฟ์" และ "H Travel" เท่านั้น ห้ามไม่ให้นำภาพไปเผยแพร่ผ่านช่องทางอื่นโดยเด็ดขาด

วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

ประเพณีภาคเหนือ

ประเพณีภาคเหนือ

ประเพณีของภาคเหนือ เกิดจากการผสมผสานการดำเนินชีวิต และศาสนาพุทธความเชื่อเรื่องการนับถือผี ส่งผลทำให้มีประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ของประเพณีที่จะแตกต่างกันไปตามฤดูกาล ทั้งนี้ ภาคเหนือจะมีงานประเพณีในรอบปีแทบทุกเดือน จึงขอยกตัวอย่างประเพณีภาคเหนือบางส่วนมานำเสนอ ดังนี้

1 (1)_copy
สงกรานต์งานประเพณี ถือเป็นช่วงแรกของการเริ่มต้นปี๋ใหม่เมือง หรือสงกรานต์งานประเพณี โดยแบ่งออกเป็นวันที่ 13 เมษายน  หรือวันสังขารล่อง  ถือเป็นวันสิ้นสุดของปี  โดยจะมีการยิงปืน  ยิงสโพก และจุดประทัดตั้งแต่ก่อนสว่างเพื่อขับไล่สิ่งไม่ดี  วันนี้ต้องเก็บกวาดบ้านเรือน และ ทำความสะอาดวัด
วันที่ 14 เมษายน  หรือวันเนา ตอนเช้าจะมีการจัดเตรียมอาหาร  และเครื่องไทยทาน  สำหรับงานบุญในวันรุ่งขึ้น  ตอนบ่ายจะไปขนทรายจากแม่น้ำเพื่อนำไปก่อเจดีย์ทรายในวัด  เป็นการทดแทนทรายที่เหยียบติดเท้าออกจากวัดตลอดทั้งปี
วันที่ 15 เมษายน  หรือวันพญาวัน เป็นวันเริ่มศักราชใหม่ มีการทำบุญถวายขันข้าว ถวายตุง  ไม้ค้ำโพธิ์ที่วัดสรงน้ำพระพุทธรูป พระธาตุและรดน้ำดำหัวขอพรจากผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ
วันที่ 16-17  เมษายน  หรือวันปากปีและวันปากเดือน  เป็นวันทำพิธีทางไสยศาสตร์  สะเดาะเคราะห์  และบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ทั้งนี้ ชาวล้านนามีความเชื่อว่า การทำพิธีสืบชะตาจะช่วยต่ออายุให้ตน เอง ญาติพี่น้อง และบ้านเมืองให้ยืนยาว ทำให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองและความเป็นสิริมงคล โดยแบ่งการสืบชะตาแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ การสืบชะตาคน, การสืบชะตาบ้าน และการสืบชะตาเมือง
2A5DA5F30EEC4FF29BA61819A5466D52
แห่นางแมว  ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม เป็นช่วงของการเพาะปลูก หากปีใดฝนแล้งไม่มีน้ำ จะทำให้นาข้าวเสียหาย ชาวบ้านจึงพึ่งพาสิ่งเหนือธรรมชาติ เช่น ทำพิธีขอฝนโดยการแห่นางแมว โดยมีความเชื่อกันว่าหากกระทำเช่นนั้นแล้วจะช่วยให้ฝนตก
1402892588_Poi-Sang-Long-194907
ประเพณีปอยน้อย/บวชลูกแก้ว/แหล่ส่างลองเป็นประเพณีบวช หรือการบรรพชาของชาวเหนือ นิยมจัดภายในเดือนกุมภาพันธ์ มีนาคม หรือเมษายน ตอนช่วงเช้า ซึ่งเก็บเกี่ยวพืชผลเสร็จแล้ว ในพิธีบวชจะมีการจัดงานเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ มีการแห่งลูกแก้วหรือผู้บวชที่จะแต่งตัวอย่างสวยงามเลียนแบบเจ้าชายสิทธัตถะ เพราะถือคตินิยมว่าเจ้าชายสิทธัตถะได้เสด็จออกบวชจนตรัสรู้  และนิยมให้ลูกแก้วขี่ม้า  ขี่ช้าง  หรือขี่คอคน  เปรียบเหมือนม้ากัณฐกะม้าทรงของเจ้าชายสิทธัตถะ  ปัจจุบันประเพณีบวชลูกแก้วที่มีชื่อเสียง  คือ  ประเพณีบวชลูกแก้ว  ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน
1360512257-KhannikarP-o
ประเพณีปอยหลวง หรืองานบุญปอยหลวง เป็นเอกลักษณ์ของชาวล้านนาซึ่งเป็นผลดีต่อสภาพทางสังคม ถือว่าเป็นการให้ชาวบ้านได้มาทำบุญร่วมกัน ร่วมกันจัดงานทำให้เกิดความสามัคคีในการทำงาน งานทำบุญปอยหลวงยังเป็นการรวมญาติพี่น้องที่อยู่ต่างถิ่นได้มีโอกาสทำบุญร่วมกัน และมีการสืบทอดประเพณีที่เคยปฏิบัติกันมาครั้งแต่บรรพชนไม่ให้สูญหายไปจากสังคม  ช่วงเวลาจัดงานเริ่มจากเดือน 5 จนถึงเดือน  7 เหนือ (ตรงกับเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนเมษายนหรือเดือนพฤษภาคมของทุกปี) ระยะเวลา 3-7 วัน
20121122_3_1353579938_908002
ประเพณียี่เป็ง (วันเพ็ญเดือนยี่) หรืองานลอยกระทง โดยจะมีงาน “ตามผางผะติ้ป” (จุดประทีป) ซึ่งชาวภาคเหนือตอนล่างจะเรียกประเพณีนี้ว่า “พิธีจองเปรียง” หรือ “ลอยโขมด” เป็นงานที่ขึ้นชื่อที่จังหวัดสุโขทัย
16233_thaihealth_aeklqtyz1257
ประเพณีลอยกระทงสายหรือประทีปพันดวง ที่จังหวัดตาก ในเทศกาลเดียวกันด้วยในเดือน 3 หรือประมาณเดือนธันวาคม มีประเพณีตั้งธรรมหลวง (เทศน์มหาชาติ) และทอดผ้าป่า ในธันวาคมจะมีการเกี่ยว “ข้าวดอ” (คือข้าวสุกก่อนข้าวปี) พอถึงข้างแรมจึงจะมีการเกี่ยว “ข้าวปี”
loy_krathong
ประเพณีลอยโคม ชาวล้านนาจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีความเชื่อในการปล่อย โคมลอยซึ่งทำด้วยกระดาษสาติดบนโครงไม้ไผ่แล้วจุดตะเกียงไฟตรงกลางเพื่อให้ไอความร้อนพาโคมลอยขึ้นไปในอากาศเป็นการปล่อยเคราะห์ปล่อยโศกและเรื่องร้าย ๆ ต่าง ๆ ให้ไปพ้นจากตัว
Pimai16_002_resize
ประเพณีตานตุง  ในภาษาถิ่นล้านนา ตุง หมายถึง “ธง” จุดประสงค์ของการทำตุงในล้านนาก็คือ การทำถวายเป็นพุทธบูชา ชาวล้านนาถือว่าเป็นการทำบุญอุทิศให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว หรือถวายเพื่อเป็นปัจจัยส่งกุศลให้แก่ตนไปในชาติหน้า ด้วยความเชื่อที่ว่า เมื่อตายไปแล้วก็จะได้เกาะยึดชายตุงขึ้นสวรรค์พ้นจากขุมนรก วันที่ถวายตุงนั้นนิยมกระทำในวันพญาวันซึ่งเป็นวันสุดท้ายของเทศกาลสงกรานต์
ก๋วยข้าวสลาก
ประเพณีกรวยสลาก หรือตานก๋วยสลาก  เป็นประเพณีของชาวพุทธที่มีการทำบุญให้ทานรับพรจากพระ จะทำให้เกิดสิริมงคลแก่ตนและอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว เป็นการระลึกถึงบุญคุณของผู้มีพระคุณ และเป็นการแสดงออกถึงความสามัคคีของคนในชุมชน
DSC_5905
 ประเพณีทานหลัวผิงไฟ คือ ประเพณีการถวายฟืนแก่พระสงฆ์เพื่อใช้จุดไฟในช่วงฤดูหนาว จะกระทำในเดือน 4  เหนือหรือตรงกับเดือนมกราคม

ประเพณีภาคเหนือ

ประเพณีภาคเหนือ

ประเพณีของภาคเหนือ เกิดจากการผสมผสานการดำเนินชีวิต และศาสนาพุทธความเชื่อเรื่องการนับถือผี ส่งผลทำให้มีประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ของประเพณีที่จะแตกต่างกันไปตามฤดูกาล ทั้งนี้ ภาคเหนือจะมีงานประเพณีในรอบปีแทบทุกเดือน จึงขอยกตัวอย่างประเพณีภาคเหนือบางส่วนมานำเสนอ ดังนี้

1 (1)_copy
สงกรานต์งานประเพณี ถือเป็นช่วงแรกของการเริ่มต้นปี๋ใหม่เมือง หรือสงกรานต์งานประเพณี โดยแบ่งออกเป็นวันที่ 13 เมษายน  หรือวันสังขารล่อง  ถือเป็นวันสิ้นสุดของปี  โดยจะมีการยิงปืน  ยิงสโพก และจุดประทัดตั้งแต่ก่อนสว่างเพื่อขับไล่สิ่งไม่ดี  วันนี้ต้องเก็บกวาดบ้านเรือน และ ทำความสะอาดวัด
วันที่ 14 เมษายน  หรือวันเนา ตอนเช้าจะมีการจัดเตรียมอาหาร  และเครื่องไทยทาน  สำหรับงานบุญในวันรุ่งขึ้น  ตอนบ่ายจะไปขนทรายจากแม่น้ำเพื่อนำไปก่อเจดีย์ทรายในวัด  เป็นการทดแทนทรายที่เหยียบติดเท้าออกจากวัดตลอดทั้งปี
วันที่ 15 เมษายน  หรือวันพญาวัน เป็นวันเริ่มศักราชใหม่ มีการทำบุญถวายขันข้าว ถวายตุง  ไม้ค้ำโพธิ์ที่วัดสรงน้ำพระพุทธรูป พระธาตุและรดน้ำดำหัวขอพรจากผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ
วันที่ 16-17  เมษายน  หรือวันปากปีและวันปากเดือน  เป็นวันทำพิธีทางไสยศาสตร์  สะเดาะเคราะห์  และบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ทั้งนี้ ชาวล้านนามีความเชื่อว่า การทำพิธีสืบชะตาจะช่วยต่ออายุให้ตน เอง ญาติพี่น้อง และบ้านเมืองให้ยืนยาว ทำให้เกิดความเจริญรุ่งเรืองและความเป็นสิริมงคล โดยแบ่งการสืบชะตาแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ การสืบชะตาคน, การสืบชะตาบ้าน และการสืบชะตาเมือง
2A5DA5F30EEC4FF29BA61819A5466D52
แห่นางแมว  ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม เป็นช่วงของการเพาะปลูก หากปีใดฝนแล้งไม่มีน้ำ จะทำให้นาข้าวเสียหาย ชาวบ้านจึงพึ่งพาสิ่งเหนือธรรมชาติ เช่น ทำพิธีขอฝนโดยการแห่นางแมว โดยมีความเชื่อกันว่าหากกระทำเช่นนั้นแล้วจะช่วยให้ฝนตก
1402892588_Poi-Sang-Long-194907
ประเพณีปอยน้อย/บวชลูกแก้ว/แหล่ส่างลองเป็นประเพณีบวช หรือการบรรพชาของชาวเหนือ นิยมจัดภายในเดือนกุมภาพันธ์ มีนาคม หรือเมษายน ตอนช่วงเช้า ซึ่งเก็บเกี่ยวพืชผลเสร็จแล้ว ในพิธีบวชจะมีการจัดงานเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ มีการแห่งลูกแก้วหรือผู้บวชที่จะแต่งตัวอย่างสวยงามเลียนแบบเจ้าชายสิทธัตถะ เพราะถือคตินิยมว่าเจ้าชายสิทธัตถะได้เสด็จออกบวชจนตรัสรู้  และนิยมให้ลูกแก้วขี่ม้า  ขี่ช้าง  หรือขี่คอคน  เปรียบเหมือนม้ากัณฐกะม้าทรงของเจ้าชายสิทธัตถะ  ปัจจุบันประเพณีบวชลูกแก้วที่มีชื่อเสียง  คือ  ประเพณีบวชลูกแก้ว  ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน
1360512257-KhannikarP-o
ประเพณีปอยหลวง หรืองานบุญปอยหลวง เป็นเอกลักษณ์ของชาวล้านนาซึ่งเป็นผลดีต่อสภาพทางสังคม ถือว่าเป็นการให้ชาวบ้านได้มาทำบุญร่วมกัน ร่วมกันจัดงานทำให้เกิดความสามัคคีในการทำงาน งานทำบุญปอยหลวงยังเป็นการรวมญาติพี่น้องที่อยู่ต่างถิ่นได้มีโอกาสทำบุญร่วมกัน และมีการสืบทอดประเพณีที่เคยปฏิบัติกันมาครั้งแต่บรรพชนไม่ให้สูญหายไปจากสังคม  ช่วงเวลาจัดงานเริ่มจากเดือน 5 จนถึงเดือน  7 เหนือ (ตรงกับเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนเมษายนหรือเดือนพฤษภาคมของทุกปี) ระยะเวลา 3-7 วัน
20121122_3_1353579938_908002
ประเพณียี่เป็ง (วันเพ็ญเดือนยี่) หรืองานลอยกระทง โดยจะมีงาน “ตามผางผะติ้ป” (จุดประทีป) ซึ่งชาวภาคเหนือตอนล่างจะเรียกประเพณีนี้ว่า “พิธีจองเปรียง” หรือ “ลอยโขมด” เป็นงานที่ขึ้นชื่อที่จังหวัดสุโขทัย
16233_thaihealth_aeklqtyz1257
ประเพณีลอยกระทงสายหรือประทีปพันดวง ที่จังหวัดตาก ในเทศกาลเดียวกันด้วยในเดือน 3 หรือประมาณเดือนธันวาคม มีประเพณีตั้งธรรมหลวง (เทศน์มหาชาติ) และทอดผ้าป่า ในธันวาคมจะมีการเกี่ยว “ข้าวดอ” (คือข้าวสุกก่อนข้าวปี) พอถึงข้างแรมจึงจะมีการเกี่ยว “ข้าวปี”
loy_krathong
ประเพณีลอยโคม ชาวล้านนาจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีความเชื่อในการปล่อย โคมลอยซึ่งทำด้วยกระดาษสาติดบนโครงไม้ไผ่แล้วจุดตะเกียงไฟตรงกลางเพื่อให้ไอความร้อนพาโคมลอยขึ้นไปในอากาศเป็นการปล่อยเคราะห์ปล่อยโศกและเรื่องร้าย ๆ ต่าง ๆ ให้ไปพ้นจากตัว
Pimai16_002_resize
ประเพณีตานตุง  ในภาษาถิ่นล้านนา ตุง หมายถึง “ธง” จุดประสงค์ของการทำตุงในล้านนาก็คือ การทำถวายเป็นพุทธบูชา ชาวล้านนาถือว่าเป็นการทำบุญอุทิศให้แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว หรือถวายเพื่อเป็นปัจจัยส่งกุศลให้แก่ตนไปในชาติหน้า ด้วยความเชื่อที่ว่า เมื่อตายไปแล้วก็จะได้เกาะยึดชายตุงขึ้นสวรรค์พ้นจากขุมนรก วันที่ถวายตุงนั้นนิยมกระทำในวันพญาวันซึ่งเป็นวันสุดท้ายของเทศกาลสงกรานต์
ก๋วยข้าวสลาก
ประเพณีกรวยสลาก หรือตานก๋วยสลาก  เป็นประเพณีของชาวพุทธที่มีการทำบุญให้ทานรับพรจากพระ จะทำให้เกิดสิริมงคลแก่ตนและอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว เป็นการระลึกถึงบุญคุณของผู้มีพระคุณ และเป็นการแสดงออกถึงความสามัคคีของคนในชุมชน
DSC_5905
 ประเพณีทานหลัวผิงไฟ คือ ประเพณีการถวายฟืนแก่พระสงฆ์เพื่อใช้จุดไฟในช่วงฤดูหนาว จะกระทำในเดือน 4  เหนือหรือตรงกับเดือนมกราคม

การปลูกมะนาว

นธุ์มะนาวที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ และปลูกกันในประเทศไทย ในปัจจุบัน ได้แก่
      1. มะนาวหนัง ผลอ่อน มีลักษณะกลมยาว หัวท้ายแหลม เมื่อโตเต็มที่ ผลจะมีลักษณะกลม ค่อนข้างยาว มีกลมมนบ้าง เล็กน้อย ด้านหัว มีจุกเล็ก ๆ มีเปลือกค่อนข้างหนา จึงทำให้ เก็บรักษาผลไว้ได้นาน  
      2. มะนาวไข่ มีขนาดและลักษณะ คล้ายมะนาวหนังเกือบทุกอย่าง ผลอ่อนมีลักษณะ กลมยาวหัวท้ายแหลม เมื่อโตเต็มที่ ผลจะมีลักษณะ กลมมนเป็นส่วนมาก เปลือกบาง ผลโตกว่า มะนาวหนัง  
      3. มะนาวแป้น เป็นมะนาวที่สามารถ ให้ดอกออกผลตลอดปี ผลมีขนาดกลาง ทรงผลแป้น เปลือกบาง มีหลายพันธุ์ เช่น พันธุ์แป็นรำไพ แป้นทราย เป็นต้น  
สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม 
     มะนาวเป็นพืชที่สามารถปลูกได้ดีในดินเกือบทุกชนิต ไม่ว่าจะเป็น ดินเหนียว ดินทราย แต่ถ้าต้องการจะปลูกมะนาว ให้เจริญงอกงามดี มี ผลดก และคุณภาพดี ก็ควรจะปลูกในพื้นท ี่ที่เป็นดินร่วนซุย มีการระบาย น้ำดี มีอินทรียวัตถุผสม อยู่มาก และควรเลือกพื้นที่ที่อยูใกล้แหล่งน้ำ
การเตรียมพื้นที่ปลูก 
     1. พื้นที่ลุ่ม เตรียมพื้นที่โดยการทำคันดินใหัมีความกว้างประมาณ 6-8 เมตร ส่วนสูงให้สังเกตจากปริมาณน้ำที่เคยท่วมสูงโดยให้อยู่สูงกว่า แนวระดับน้ำท่วม 50 เซนติเมตร แทงร่องหรือซอยร่องทำประตูน้ำเพื่อ ระบายน้ำเข้าออก ขนาดร่องน้ำกว้าง 1.5 เมตร ลึก เมตร พื้นที่ร่องกว้าง 0.5-0.7 เมตร ใช้ระยะปลูก 5X5 เมตร
2. พื้นที่ดอน ควรไถพรวนเพื่อกำจัดวัชพืช และทำให้ดินร่วนซุย ใช้ระยะปลูก 4 x 4 – 6 x 6 เมตร ทั้งนี้ขื้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดิน
วิธีการปลูก
     ควรปลูกในช่วงต้นฤดูฝน ควรขุดหลุมปลูก ให้มีขนาดกว้างและลึกประมาณ 50 เซนติเมตร ผสมดิน ปุ๋ยคอก และปุ๋ยร็อคฟอสเฟตเข้าด้วยกัน ในหลุมให้ สูงประมาญ ใน ของหลุม ยกถุงกล้า ต้นไม้วางในหลุม โดยให้ระดับของดินในถุงสูงกว่า ระดับดินปากหลุมเล็กน้อย ใช้มีดที่คม กรีดถุง จากก้นถุงขึ้นมาถึงปากถุงทั้ง ด้าน (ช้ายและขวา)
  
     ดึงถุงพลาสติกออก โดยระวังอย่าให้ดินแตก กลบดินที่เหลือลงในหลุม กดดินบริเวณโคนต้นให้แน่น ปักไม้หลักและผูกเชือกยึด เพื่อป้องกันลมพัดโยก หาวัสถุคลุมดินบริเวณโคนต้น เช่น ฟางข้าว หญ้าแห้ง รดน้ำให้โชก ทำร่มเงา เพื่อช่วยพรางแสงแดด
การปฏิบัติดูแลรักษา
1. การให้น้ำ
     ต้องมีการให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะ ในช่วง ที่ปลูกใหม่ๆ ควรให้น้ำวันละครั้งเป็นอย่างน้อย (กรณีฝนไม่ตก) หลังจากปลูกประมาณ15 วัน มะนาวสามารถตั้งตัวได้แล้ว ให้น้ำเดือนละ 2-3 ครั้ง และควรหาวัสดุมาคลุมดินบริเวณโคนต้น เพื่อช่วยรักษาความชื้น
  
     ควรเริ่มงดให้น้ำ ตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม เป็นต้นไป จนถึงช่วงออกดอก เพื่อให้มะนาวสะสม อาหารให้สูงถึงระดับที่สามารถสร้างตาดอกได้ ปกติมะนาวจะออกดอก เดือนเมษายน-พฤษภาคม หลังจากมะนาวออกดอก และกำลังติดผลอ่อน เป็นช่วงที่มะนาวต้องการน้ำมาก เพื่อใช้ในการเจริญเติบโต ของผล
2. การใส่ปุ๋ย 
     2.1 หลังจากมะนาวอายุได้ 3-4 เดือน ควรใส่ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยหมัก หรือปุ๋ยคอก ประมาณต้นละ 0.5 กิโลกรัม กรณีใส่ปุ๋ยเคมีควรใส่หลังจาก พรวนดิน กำจัดวัชพืชแล้ว โดยใส่บริเวญรอบทรงพุ่ม แล้วก็ให้น้ำ ตามเพื่อให้ปุ๋ยละลาย
  
     2.2 เมื่อมะนาวอายุ ปี ให้ใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ประมาณ ต้นละ 300 กรัม และเมื่อมะนาวอายุ ปี ก็เพิ่มปริมาญปุ๋ยโดยใส่ปีละ ครั้ง ๆ ละประมาณ กิโลกรัม ทั้งนี้ขี้นอยู่กับสภาพความอุดมสมบูรณ์ ของตน และเมื่อมะนาว อายุย่างเข้าปีที่ ก็จะเริ่มให้ผลผลิต 
     2.3 ช่วงระยะก่อนออกดอกประมาณ 1-2 เดือน ให้ใส่ปุ๋ย สูตรที่มีฟอสฟอรัสสูง เช่น สูตร 12-24-12 หรืออาจใช้ปุ๋ยสูตร 3-10-10 เพื่อเร่งการเจริญเติบโตในระยะที่ยังไม่ออกดอก และใช้สูตร 0-52-34 ในระยะเร่งการออกดอก ประมาณ 0.5-1 กิโลกรัม/ต้น ปริมาณที่ใช้ ขึ้นอยู่กับอายุของต้นพืช โดยใส่ในปริมาณครึ่งหนึ่งของอายุต้น3. การกำจัดวัชพืช 
     การกำจัดวัชพืชในสวนมะนาวสามารถทำได้หลายวิธี เช่น ถอน ถาง หรือใช้เครื่องตัดหญ้าแต่ต้องระวังอย่าให้เกิดบาดแผลตามโคนต้น หรือกระทบกระเทือนราก วิธีกำจัดวัชพืชอีกวิธีหนึ่งที่นิยมคือการใช้สารเคมี เช่น พาราชวิท ไกลโฟเสท ดาวพอน เป็นตัน โดยการใช้จะต้องระวัง อย่าให้สารพวกนี้ปลิวไปถูกใบมะนาวเพราะอาจเกิดอันตรายได้ เช่นทำให้ ใบไหม้เหลืองเป็นจุดๆ หรือไหม้ทั้งใบ ดังนั้นจึงควรฉีดพ่นตอนลมสงบ
4. การค้ำกิ่ง 
     เมื่อมะนาวใกล้จะผลิดอกออกผล ต้องมีการค้ำกิ่งให้กับต้นมะนาวด้วย เพื่อป้องกันกิ่งฉีกหักหรือฉีกขาดโดยเฉพาะในช่วงติดผล และยังช่วยลดความเสียหาย เนื่องจากโรคและแมลงได้ โดยวิธีการค้ำกิ่ง สามารถทำได้ วิธี คือ 
          1. การค้ำกิ่งโดยการใช้ไม้รวกหรือไม์ไผ่ทำเป็นง่าม สอดเขัากับกิ่งมะนาว ให้ปลายอีกข้างหนึ่งวางตั้งรับน้ำหนักของกิ่งอยู่บนพื้นดิน แล้วใช้เชือกผูกมัดกิ่งไว้ 
          2. การค้ำกิ่งแบบคอกหรือนั่งร้าน โดยเอาไม้มาทำเป็นนั่งร้านรูปสี่เหลี่ยนรอบๆ ต้นมะนาวเพื่อรองรับกิ่งใหญ่ ๆ ของมะนาวไว้ อาจทำเป็น 2-3 ชั้น แล้วให้กิ่งพาดอยู่ที่ชั้นใดก็ได้ ซึ่งวิธีนื้จะมั่นคงทนทาน และใชัประโยชน์ได้ดีกว่าวิธีแรก
5. การตัดแต่งกิ่ง 
     เพื่อให้มะนาวมีทรงพุ่มสวยและให้ผลดกปราศจากการทำลายของโรคและแมลง การตัดแต่งกิ่งควรทำหลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว โดยตัดกิ่งที่เป็นโรค กิ่งแห้ง กิ่งที่ไม่มีประโยชน์ออกให้หมด แล้วนำไปเผาทำลาย อย่าปล่อยทิ้งไว้ตามโคนต้น เพราะจะทำให้เป็นแหล่งสะสมโรคได้
โรคที่สำคัญของมะนาว
1. โรคแคงเกอร์ 
     ลักษณะอาการ
     จะเกิดขึ้นได้แทบทุกส่วน ทั้งที่ใบ กิ่งก้าน และผล โดยอาการที่ใบและผล จะมีลักษณะคล้ายกัน คือจะเกิดเป็นแผลกลม แล้วจะขยายใหญ่ ฟู นูนคล้ายฟองน้ำ มีสีเหลืองอ่อนถึงสีเหลืองเข้ม
  
     ต่อมาจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม และจะแตกเป็นสะเก็ด มีวงแหวนสีเหลือง ล้อมรอบแผล ส่วนอาการที่กิ่งก้าน จะมีแผลฟูนูนสีเหลือง ต่อมาแผลจะ แตกแห้ง เป็นสีน้ำตาลขยายไปรอบๆ กิ่ง รูปร่างธองแผลไม่แน่นอน และไม่มีวงแหวน ล้อมรอบ เมื่อต้นมะนาวเป็นโรคนี้มากๆ จะแสดงอาการต้นโทรม แคระแกร็น ใบร่วง ผลผลิตลดลง กิ่งและต้นจะแห้งตายในที่สุด 
     การป้องกันกำจัด
     ตัดแต่งส่วนที่เป็นโรคเผาทำลาย ไม่ขยายพันธุ์จากต้นแม่ที่เป็นโรคแคงเกอร์ พยายามอย่าให้มะนาวเกิดบาดแผล และ ป้องกันแมลงที่เป็นพาหะ เช่น หนอนชอนใบ หรือฉีดพ่นด้วยสารเคมี กำจัดแมลงกลุ่มคาร์บาริล มาลาไธออน
2. โรคราดำ
     ลักษณะอาการ
     ใบ กิ่งก้าน และผลจะมีราสีดำ สกปรก กระด้าง ทำให้ผมไม่สวย ต้นมะนาวจะแคระแกร็น
     การป้องกันกำจัด
     ทำลายส่วนที่เป็นโรคโดยการเผาไฟหรือใช้ สารเคมีกำจัดแมลงฉีดพ่นเพื่อกำจัดแมลงประเภท ปากดูดชึ่งเป็นสาเหตุ ทำให้เกิดโรคราดำ
  
3. โรคกรีนนิ่ง (ใบแก้ว) 
     ลักษณะอาการ
     ใบจะด่างเป็นสีเหลือง หรือขาวใสระหว่างเส้นใบ ใบมีขนาดเล็กลง ในที่สุดใบและยอดจะแห้งตาย ผลมีขนาดเล็ก น้ำหนักน้อย ต้นจะโทรม
     การป้องกันกำจัด
     ทำลายส่วนที่เป็นโรคโดยการเผาไฟ ใส่ปุ๋ยที่มี ธาตุสังกะสีและ แมกนีเชียม ปรับสภาพความเป็นกรด-ด่างของดินใหัอยู่ระหว่าง 6.0-6.5
  
4. โรคยางไหล 
     ลักษณะอาการ
     มีอาการยางไหลบริเวญลำต้นและกิ่งก้าน เปลือกจะเน่าและแผลจะลุกลามไปถึงเนื้อไม้ 
     การป้องกันกำจัด
     ควรตัดแต่งกิ่งและกำจัดวัชพืชเพื่อให้แสงแดดส่องได้ทั่วถึง และควรทาบาดแผลด้วยสารทองแดงหรือกำมะถันผสมปูนขาว ถ้ามีการระบาดมากก็เผาทำลายเสีย
 
5. โรครากเน่าและโคนเน่า 
     ลักษณะอาการ
     รากฝอยและรากแขนง จะเน่ามีสีน้ำตาลหรือดำ ลักษณะเหนียว ไม่ยุ่ย เปลือกของลำต้นจะปริแตกออก โดยเฉพาะ โคนต้น และมียางไหลบริเวณขอบแผล เมื่อรากและต้นถูกทำลายมากๆ จะทำให้ใบเหลืองและร่วงหล่น
     การป้องกันกำจัด
     อย่าให้มีน้ำขัง บริเวณโคนต้น และไม่ควรใส่ปุ๋ยหมักหรือ ปุ๋ยคอกมากเกินในช่วงฤดูฝน
 
แมลงศัตรูที่สำคัญ
1. หนอนชอนใบ 
     ลักษณะอาการ
     จะทำความเสียหายให้กับมะนาวในระยะแตก ใบอ่อน โดยจะชอนไชกัดกินอยู่ระหว่างผิวใบด้านหน้าและหลังใบ จะมอง เห็นเป็นทางสีขาวคดเคี้ยวไปมา ใบหงิกงอ ขอบใบม้วนเข้าหาเส้นกลางใบ และใบไม่เจริญเติบโต ต้นมะนาวจะแคระแกร็นและไม่ติตผล
  
     การป้องกันกำจัด
     หมั่นตรวจดูตามใบและยอดของมะนาว โดยเฉพาะระยะที่มะนาวเริ่มผลิใบอ่อน กรณีที่ระบาดน้อยให้เด็ดใบเผาทำลาย หากพบมากใหัฉีดพ่น สารเคมีกำจัดแมลง กลุ่มคาร์บาริล มาลาไธออน หรือฟอร์โมไธออน ในอัตราที่ฉลากกำหนด
2. หนอนกินใบ (หนอนแก้ว) 
     ลักษณะอาการ
     กัดกินใบอ่อนและยอดอ่อนของมะนาว
     การป้องกันกำจัด
     หมั่นตรวจตูตามใบอ่อนและยอดอ่อน เมื่อพบไข่และตัวหนอนก็จับทำลายเสีย ฉีดพ่นสารเคมีกำจัตแมลงกลุ่มเมทามิโดฟอสที่มีชื่อทางการค้าว่า ทามารอน ในอัตรา 20-30 ซีซี. หรือประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่วต้น
 
3. เพลื้ยไฟ 
     ลักษณะอาการ
     จะดูดกินน้ำเลี้ยงที่ยอดอ่อน ใบอ่อน และผลการทำลายจะรุนแรงในระยะผลอ่อน นับแต่เริ่มติดผล ช่วงระยะการระบาด จะขี้นอยู่กับการแตกยอดอ่อน และระยะติดผล ผลที่ถูกทำลายจะ ปรากฎรอยสีเทา เป็นวงบริเวณขั้วผล และก้นผลหรือเป็นขีดสีเทาตาม ความยาวของผล
     การป้องกันกำจัด
     เด็ดผลที่แคระแกร็น ถ้าพบการทำลายของเพลี้ย ให้ฉีดพ่นด้วยสารเคมีกำจัดแมลง ได้แก่ คาร์โบชัลแฟนเปอร์เมทริน
4. ไรแดง 
     ลักษณะอาการ
     ใบจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลหงิกงอ ไม่เจริญเติบโตและร่วงหล่น ผลมะนาวจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน และเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ในเวลาต่อมา ผิวผลจะกร้าน ผลแคระแกร็น และร่วงในที่สุด 
     การป้องกันกำจัด
     ฉีดพ่นด้วยกำมะถันผงชนิดละลายน้ำในอัตรา ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 20ลิตร ฉีดพ่นทุก ๆ 10-15 วัน ในตอนเช้า หรือตอนเย็น เพื่อป้องกันอาการใบไหม้
  
การบังคับให้มะนาวออกดอกนอกฤดู
     การบังคับให้มะนาวออกดอกนอกฤดู สามารถกระทำได้หลายวิธี แต่วิธีที่ จะทำให้ต้นมะนาวไม่โทรมเร็วเกินไปควรปฎิบัติดังนี้ 
กันยายน : ใส่ปุ๋ยเคมีที่มีอัตราส่วน 1:3:3 เช่นปุ๋ยสูตร 8:24:24 เพื่อบำรุงให้ใบแก่เร็วขื้น และเก็บอาหารไว้บำรุงดอกต่อไป 
ตุลาคม : งดการให้น้ำ เพื่อให้ต้นมะนาวมีการเก็บสะสมอาหาร จนเมื่อถึงปลายเดือนตุลาคมจึงค่อยให้น้ำเต็มที่ 
พฤศจิกายน : มะนาวเริ่มออกดอก ควรฉีดพ่นสารเคมีป้องกัน กำจัดแมลง ประมาณปลายเดือนพฤศจิกายน ดอกจะเริ่มบาน และเริ่ม ติดผล ควรป้องกันกำจัดแมลงในช่วงนี้ด้วย 
ธันวาคม : ใส่ปุ๋ยเคมีที่มีอัตราส่วน 1:1:1 เช่น ปุ๋ยสูตร 15:15:15 หรือ 16:16:16 เพื่อบำรุงต้นมะนาวให้สมบูรณ์ 
กุมภาพันธ์เป็นต้นไป : ผลมะนาวจะเริ่มโตพอที่จะเก็บเกี่ยวได้บ้าง ในระยะแรก จนกระทั่งกลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเตือนเมษายน ผลมะนาวก็จะโตพอที่จะเก็บเกี่ยวได้ ซึ่งจะตรงกับช่วงที่มะนาวมีราคาแพงพอดี หลังจากที่ได้ทำการเก็บเกี่ยวผลผลิตหมดแล้ว ประมาณเดือนพฤษภาคม ควรทำการตัดแต่งกิ่ง ใส่ปุ๋ยคอก และปุ๋ยเคมีสูตร 15:15:15 เพื่อบำรุงต้นให้สมบูรณ์ และ พร้อมสำหรับการผลิตมะนาวนอกฤดูในปีต่อไป
การเก็บเกี่ยว
     การเก็บผลมะนาว ถ้าต้นเตี้ยหรือไม่สูงมากนัก ก็เก็บ โดยใช้มือปลิดแต่ถ้าต้นสูง นิยมเก็บโดยใช้มีด หรือตะขอผูกติด กับด้ามไม้รวกยาว ๆ คล้อง และกระตุกผลมะนาวลงมา
  
     แต่ถ้าต้องการให้ได้ผลมะนาวที่มีคุญภาพ ไม่บอบช้ำ ก็ควรจะใช้ตะกร้อหวาย ในการเก็บเกี่ยว ควรเก็บในขณะที่ผลเริ่มแก่ โดยสังเกตจากด้านขั้วของผลเริ่มมีสีเหลือง เล็กน้อยผิวเปลือกจะเรียบบางใส มีสีเขียวอ่อนกว่าผลที่ยังไม่แก่ เมื่อบีบดูจะค่อนข้างนุ่มมือ ไม่ควรเก็บมะนาวที่แก่เกินไป เพราะเปลือกจะบางมาก ทำให้เกิดความเสียหาย ในการขนส่งได้ง่าย อีกทั้งเมื่อนำไปขายจะทำให้ขายได้ไม่นานผลเน่าเสียหายได้เร็ว
การปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว
     วิธีการเก็บรักษามะนาวให้ไว้ได้นาน ต้องคัดผลมะนาวเสียก่อน โดยเลือกเอาผลมะนาว ที่แก่พอเหมาะ มีสีเขียวจัด ไม่มีสีเหลืองปน ไม่มีรอยช้ำหรือเน่า และควรมีขั้วผลติดอยู่ด้วย จากนั้นนำมาล้างทำความสะอาดโดยใช้น้ำยาฆ่าเชื้อ เช่น คลอรอกช์ ผสมน้ำในอัตรา ต่อ 15 ส่วน แช่ผลมะนาวไว้นานประมาณ นาที แล้วนำผลมะนาวมาผึ่งลมบนตะแกรง เพื่อให้สะเด็ดน้ำ แล้วจึงทำการคัดขนาดและบรรจุเข่งหรือภาชนะบรรจุอื่นๆ ตามที่ตลาด ต้องการ
ปฏิทินปฏิบัตดูแลรักษามะนาว
ม.ค.-ก.พ.
มี.ค.-เม.ย.
พ.ค.-ก.ค.
ส.ค.-ต.ค.
พ.ย.-ธ.ค.
ออกใบอ่อนออกช่อดอกผลเจริญเติบโตเก็บเกี่ยวผลผลิตตัดแต่งกิ่ง
ฉีดพ่นสารเคมี
ป้องกันกำจัด
โรคและแมลง
ฉีดพ่นสารเคมี
ป้องกันกำจัดโรค
และแมลง
ให้ปุ๋ยเคมีสูตร
13-13-21
ใส่ปุ๋ยคอก
และปุ๋ยเคมี
สูตร 15-15-15
ให้น้ำสม่ำเสมอให้น้ำสม่ำเสมอฉีดพ่นสารเคมีป้องกัน
กำจัดโรคและแมลง
ให้ปุ๋ยเคมีสูตร
15-15-15
 

การปลูกมะนาวบนพื้นดิน

การปลูกมะนาวบนพื้นดิน
1. ทำแปลงแบบลูกฟูกหรือยกร่องแห้งไม่มีน้ำหล่อ สันลูกฟูกสูงจากพื้นระดับปกติ 50 ซม. กว้าง 3 ม.
สำหรับปลูกแถวเดี่ยวแนวกลางสันลูกฟูก หรือกว้าง 5 ม. สำหรับปลูกแถวคู่สลับฟันปลาริมสันลูกฟูก…. ร่อง
ระหว่างสันลูกฟูกกว้าง 1 -1.5 ม. แต่งข้างร่องให้เอียงป้องกันดินพัง ก้นร่องลึก 30 ซม. แนะนำให้ไถดินจาก
ร่องขึ้นถมทับเป็นสันลูกฟูก…….แนวร่องและสันลูกฟูกควรยาวตามทางน้ำไหล เพื่อป้องกันสันแปลงกลายเป็น
คันกั้นน้ำ
 2. ก่อนไถดินจากร่องข้างสันแปลง ให้หว่านปุ๋ยอินทรีย์ (มูลวัว+มูลไก่+แกลบดิบ) บนพื้นดินส่วนที่จะเป็นสัน
ลูกฟูก เมื่อไถดันดินจากร่องข้างสันลูกฟูกขึ้นแล้วให้ผสมด้วยอินทรีย์วัตถุ (ยิบซั่ม กระดูกป่น มูลวัว+มูลไก่+
แกลบดิบ) แล้วพรวนดินคลุกเคล้าให้เข้าก้นดี…….อินทรีย์วัตถุที่รองพื้นด้านล่างสันลูกฟูก และในเนื้อดิน
ลูกฟูกจะเป็นตัวปรับปรุงบำรุงดินอย่างดีเยี่ยม ทำครั้งแรกครั้งเดียวอยู่ได้นานตลดชีวิต ทั้งชีวิตมะนาวและชีวิต
 

การปลูกแก้วมังกร

การปลูกแก้วมังกร


วิธีการปลูก

1. ขั้นตอนการเตรียมเสา
- ใช้ท่อใยหินกว้าง 4-6 นิ้ว สูง 1.5-2.0 เมตร (ตามความชอบและงบประมาณ ท่อละ 40-70 บาท)
- นำท่อมาเจาะรูที่ปลาย 4 รู เพื่อใช้เหล็กเส้นสอดเข้าไป
- ตัดเหล็กเส้นให้ได้ขนาดตามยางรถ ใช้เสาละ 2 เส้น
- นำเหล็กเส้นสอดเข้าไป แล้วนำยางรถมาวาง ใช้ลวดมัดให้แน่นหนา แข็งแรง
2. ขั้นตอนการปลูก(ควรปลูกในฤดูฝน)
- ขุดหลุมให้ได้ขนาด 60x60x60 เซนติเมตร
- นำเสาที่เจาะรูแล้วใส่ลงไปในหลุม แล้วใช้ดินกลบเล็กน้อย
- นำปุ๋ยคอกใส่ลงไปในหลุมจนเกือบเต็มหลุม
- นำต้นแก้วมังกร 4-5 ต้น ปลูกรอบๆ โคนเสาแล้วใช้ดินกลบให้เต็มหลุม
- ใช้เชือกหรือผ้ามัดต้นแก้วมังกรไว้เพื่อไม่ให้ล้มหรือหัก



วิธีการดูแลรักษาต้นแก้วมังกร

1. ขั้นตอนการดูและต้นแก้วมังกร

ต้นแก้วมังเป็นต้นไม้ประเภทเดียวกันกับกระบองเพชร จึงไม่ชอบน้ำ ในฤดูหนาวและฤดูร้อนควรให้น้ำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ส่วนในฤดูฝนไม่ต้องให้น้ำเลย
- การให้ปุ๋ย ควรให้ปุ๋ยปีละ 2-3 ครั้ง ครั้งที่ 1 ในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน ควรให้ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยสูตรเสมอ 15-15-15 (ถ้าให้ปุ๋ยคอกรสชาติของแก้วมังกรจะออกหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย ที่สำคัญผมชอบด้วย และดินจะไม่แน่น)
ครั้งที่ 2 ในช่วงเดือนมกราคมเป็นการบำรุงต้นให้สมบูรณ์ และใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยสูตร 15-15-15 ครั้งที่ 3 ในช่วงเดือนเมษายนเป็นการเตรียมและเร่งให้ต้นแก้วมังกรออกดอกควรใช้ปุ๋ยสูตรที่มีตัวหลังเยอะหน่อย เช่น 15-17-18 หรือสูตร 10-10-40 เป็นต้น
- ถ้าต้นแก้วมังกรออกยอดสูงพ้นเกิดเสานิดหน่อย ให้ใช้มือเด็ดปลายยอดทิ้ง เพื่อเป็นการทำให้แก้วมังกรแตกยอดออกมากๆ
- หญ้าที่ขึ้นใกล้ๆ โคนต้น ควรถอนออกเป็นประจำ เพื่อให้ต้นแก้วมังกรได้รับอาหารเต็มที่ไม่ต้องแบ่งปันให้กับหญ้า
- เมื่อครบ 2 ปี หลังจากต้นแก้วมังกรออกผลจนหมด ในช่วงเดือนตุลาคมควรตัดแแต่งกิ่งให้สวยงาม เพื่อเป็นการทำให้ต้นแก้วมังกรแตกกิ่งได้มาก และควรตัดทุกๆ 2 ปี

แก้วมังกรที่ตัดแต่งกิ่งแล้วนำไปฝังบริเวณร่อง เพื่อเป็นปุ๋ยให้กับแก้วมังกรต่อไป




2. ขั้นตอนการเก็บผลผลิต

- ต้องให้ผลแก้วมังกรมีสีแดงทั่วทั้งผล ซึ่งอายุของผลแก้วมังกรตั้งแต่ออกดอกจนเก็บผลได้ประมาณ 2 เดือน
- เมื่อผลแก้วมังกรสุกเต็มที่แล้วให้ใช้กรรไกรตัดกิ่งตัดผลออกมาจากกิ่ง (อย่าให้กิ่งเสียหาย)

         


การขยายพันธุ์




วิธีการขยายพันธ์แก้วมังกรที่ง่ายและสะดวก คือการปักชำแต่มีเทคนิคที่สำคัญหลายประการคือ เกษตรกรต้องเลือกเฉพาะกิ่งที่แก่เท่านั้น อย่าใช้กิ่งอ่อนเพราะจะเน่าเสียก่อน เมื่อได้กิ่งแก่มาปักชำส่วนใหญ่จะรอดตาย 100%กิ่งแก่ในแต่ละกิ่งสามารถตัดเป็นท่อนได้หลายท่อน ตัดให้มีความยาวประมาณ 12 ฟุต ก่อนที่จะปักชำให้เอาทางโคนปักลง (สังเกตจากทางโคนจะมีหนามตั้งขึ้น) ก่อนที่จะนำกิ่งมาปักชำ นั้น ควรจะนำกิ่งแก่มาจุ๋มในน้ำที่ผสมน้ำยาเร่งราก (ใช้น้ำยาเร่งรากในอัตราเข้มข้นกว่าปกติ)จุ๋มกิ่งแก้วมังกรลงไปในน้ำยาลึกประมาณ 10 ซม.แล้วนำมาตั้งเรียงไว้ในร่มเป็นเวลา 7-10 วัน จนกิ่งเริ่มเหี่ยว ตั้งกิ่งให้ตรง 
สำหรับเกษตรกรที่เริ่มปลูกควรจะเลือกซื้อกิ่งประเภทนี้ที่ผ่านการแช่น้ำยาเร่งรากแล้ว เพราะจะสะดวกต่อการเคลื่อนย้ายได้รับการกระทบกระเทือนน้อยที่สุดและขนได้ครั้งละปริมาณมาก หลังจากได้กิ่งไปแล้วนำไปปักชำในแปลงเพาะที่เตรียมเอาไว้
สำหรับกิ่งประเภทที่นำลงถุงแล้วจะเคลื่อนย้ายค่อนข้างลำบากและขนได้ครั้งละปริมาณน้อยรวมถึงมีราคาที่แพงกว่าไม่เหมาะสำหรับเกษตรกรที่ปลูกเป็นแปลงใหญ่
การเตรียมแปลงเพาะชำกิ่งหลังจากปรับพื้นที่ดินให้เรียบแล้วใส่ขี้เถ้าแกลบดำลงในแปลงให้มีความหนาประมาณ 1 คืบ ถ้าแปลงเพาะชำอยู่กลางแจ้งจะต้องมุงด้วยตาข่ายพรางแสงชนิด 60% จากนั้นนำกิ่งที่ชุบน้ำยาเร่งรากแล้วไปปักชำให้ลึกประมาณ 10 ซม รดน้ำ 2-3 วันต่อครั้งก็เพียงพอแล้ว ถ้ารดบ่อยเกินไปอาจจะทำให้เกิดปัญหากิ่งเน่าได้ หลังจากปักชำไปได้นานประมาณ 1 เดือนก็จะออกรากและนำไปปลูกในแปลงได้ 
วิธีการสังเกตว่ากิ่งแก้วมังกรที่นำไปปักชำนั้นมีรากที่สมบูรณ์แล้วสังเกตได้ว่าจะมีการแตกยอดอ่อนออกมาใหม่ คัดเลือกเฉพาะกิ่งที่แตกยอดออกทยอยไปปลูก

วิธีปลูกแก้วมังกรในกระถาง

ขั้นตอนแรกให้นำเสาไม้หรือเสาปูนที่เตรียมไว้ตั้งเป็นหลักลงในกระถางที่เตรียมไว้จากนั้นให้นำขุยมะพร้าวใส่ลงในกระถางอัตราส่วน 1 ใน 3 ของกระถางจากนั้นให้นำดินผสมกับแกลบหรือขุยมะพร้าว
เทลงในกระถางจนถึงปากกระถาง นำต้นแก้วมังกรลงปลุกในกระถางให้ติดกับเสาจากนั้นให้นำเชือกมัดต้นแก้วมังกรและเสาติดกัน จากนั้นนำดินมากลบต้นแก้วมังกรให้เรียบร้อย ข้อควรระวังคือ ไม่ควรมัดต้นแก้วมังกรกับเสาให้แน่นจนเกินไป และควรนำด้านแบนผูกติดกับเสาเนื่องจากด้านแบนคือด้านที่จะออกราก